ธ.ก.ส. คิกออฟ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ ปล่อยกู้ 30,000 ล้าน ยันพร้อมขยายวงเงินหากไม่พอ

ธ.ก.ส. คิกออฟ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ ปล่อยกู้ 30,000 ล้าน ยันพร้อมขยายวงเงินหากไม่พอ
ภาพประกอบข่าว

ธ.ก.ส.คิกออฟ “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ปล่อยกู้ 30,000 ล้าน ช่วยเกษตรกร ยันพร้อมขยายวงเงินหากไม่พอ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังและธ.ก.ส. ได้ขับเคลื่อนโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต และเปลี่ยนผ่านจากเกษตรแบบดั้งเดิม สู่เกษตรแม่นยำ มั่นคง และยั่งยืน ซึ่งโครงการนี้จะเปิดโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งลงทุนที่มีต้นทุนต่ำ พร้อมกับการส่งเสริมความรู้ด้านปัจจัยการผลิต

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต เริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อเร่งดำเนินการให้ทันต่อรอบการเพาะปลูกในเดือนกรกฎาคม

โดยมีวงเงินโครงการ 30,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 3 ปี ซึ่งกำหนดวงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกร 3% และให้เกษตรกรจ่ายเองอีก 3% ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด และสำหรับโครงการนี้ เกษตรกรสามารถขอเงินกู้ได้ถึงวันที่ 30 เม.ย. 2571

นายฉัตรชัย กล่าวว่า สำหรับโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งนั้น วงเงินที่ให้เกษตรกรขอเงินกู้ได้รายละไม่เกิน 100,000 บาท คำนวณจากค่าเฉลี่ยต้นทุนปัจจัยการผลิตไร่ละ 5,000 บาท ในพื้นที่การเกษตร 20 ไร่ เพื่อนำไปซื้อปุ๋ยและเมล็ดภัณฑ์กับสถาบันเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ โดยนับตั้งแต่เริ่มโครงการได้ปล่อยสินเชื่อไปแล้วประมาณ 40 ล้านบาท เฉพาะพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ทั้งนี้ ธ.ก.ส. เตรียมงบประมาณสำหรับชดเชยดอกเบี้ยส่วน 3% จากโครงการดังกล่าว ซึ่งจะใช้เงินจากมาตรา 28 พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง รวม 2.7 พันล้านบาท และค่าอบรมเพื่ออัปสกิล รีสกิล ให้เกษตรกรอีก 270 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี ธ.ก.ส. จะปล่อยสินเชื่อราว 500,000-600,000 ล้านบาท ใน 1 ปีบัญชี ซึ่งในปีบัญชี 2569 นี้ นับตั้งแต่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา ธ.ก.ส.ได้ปล่อยสินเชื่อรวมกว่า 7 หมื่นล้านบาท

นายฉัตรชัย กล่าวว่า หากวงเงินสำหรับโครงการนี้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร ก็มีแผนที่จะของบประมาณจากภาครัฐเพิ่มเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป

นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังมีโครงการสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในภาคเกษตร ตามแนวทาง ESG เช่น การใช้โดรนไฟฟ้า หรือรถแทรกเตอร์พลังงานไฟฟ้า เพื่อทดแทนพลังงานน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนหลัก

สำหรับเกษตรกรที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้

  • เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. และขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
  • พืชเศรษฐกิจสำคัญที่เข้าร่วมโครงการ 7 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย และผลไม้
  • เกษตรกรต้องผ่านการอบรม หรือเรียนรู้ การพัฒนาทักษะและบริหารจัดการต้นทุน (Reskill/Upskill) โดย ธ.ก.ส. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ/หรือหน่วยงานร่วมดำเนินการอื่น ๆ เช่น การใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามค่าการวิเคราะห์ดิน เป็นต้น
  • ต้องใช้เงินกู้ เพื่อจัดซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ หรือแหล่งอื่นตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด
  • เกษตรกรต้องใช้พันธุ์หรือเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง มีมาตรฐานตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด และจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาที่เหมาะสม ซึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะควบคุมราคาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
  • สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ตามระยะเวลาที่ ธ.ก.ส. กำหนด โดยเกษตรกรผู้กู้รับชำระค่าผลผลิตผ่านบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. และยินยอมให้ ธ.ก.ส. หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝาก
  • วงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี โดยรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยให้ 3% ต่อปี เมื่อผู้กู้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ กำหนดชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 12 เดือน (ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 30 เม.ย. 2572)
  • ระยะเวลาโครงการ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบ ถึงวันที่ 30 เม.ย. 2572

ผู้สนใจสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ธ.ก.ส. Contact Center 02 555 0555 www.baac.or.th แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ Line Official Account BAAC Family

นอกจากนี้ ยังแนะนำการใช้ น้องเมฆฝน AI Chatbot จาก ธ.ก.ส. ที่ให้บริการในแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ที่ให้ความรู้ พูดคุยตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการวิเคราะห์ปุ๋ยและการเพาะปลูกสำหรับผู้เข้าร่วมสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ให้สามารถเพาะปลูกได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

รวมทั้งการให้ความรู้ในการวิเคราะห์คุณภาพดินผ่านเว็บไซต์ หรือ Line Official Account น้องดินดี และการแนะนำการใช้แอปพลิเคชัน Agri-Map Online จากกรมพัฒนาที่ดิน ที่ใช้แสดงผลข้อมูลเชิงภูมิสารสนเทศ พร้อมระบบแนะนำผลการปรับเปลี่ยนกิจกรรมการผลิตด้วยพืชทดแทนในรูปแบบเว็บแผนที่ทางออนไลน์

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚