ธนาคารทิสโก้แนะวางแผน 4 เรื่องการเงิน รับมือสงคราม-เงินเฟ้อพุ่ง

ธนาคารทิสโก้แนะวางแผน 4 เรื่องการเงิน รับมือสงคราม-เงินเฟ้อพุ่ง
ภาพประกอบข่าว

ธนาคารทิสโก้มองสงครามปะทุ ดันของแพง เงินเฟ้อพุ่ง กดดันกำลังซื้อคนไทย แนะปรับตัว 4 เรื่องการเงินใหญ่ “เงินสำรอง-แผนการเกษียณ-ความคุ้มครองด้านประกัน-จัดพอร์ตการลงทุน ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวนสูง

นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ CFP Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะชะลอตัวจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง และแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กำลังส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของครัวเรือนไทยอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเมื่อค่าครองชีพปรับสูงขึ้น แต่รายได้ไม่ได้เพิ่มในอัตราเดียวกัน ครัวเรือนจำนวนมากจะเริ่มเผชิญความตึงตัวทางการเงิน

หลายครอบครัวอาจค้นพบว่าเงินสำรองที่เคยคิดว่าเพียงพออาจไม่มากพออีกต่อไป เป้าหมายเกษียณอาจต้องใช้เงินมากขึ้น ความคุ้มครองด้านสุขภาพอาจยังไม่รองรับความเสี่ยงที่แท้จริง หรือพอร์ตลงทุนที่เคยเหมาะสมในภาวะปกติอาจไม่ตอบโจทย์ในช่วงที่ตลาดผันผวนสูง

ธนาคารทิสโก้แนะนำว่าการบริหารเงินในช่วงนี้ไม่ใช่แค่การประหยัดอย่างเดียว แต่ควรจัดลำดับความสำคัญระหว่างค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต (Need) เช่น ค่าอาหาร ค่าที่พักอาศัย ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล กับค่าใช้จ่ายที่มาจากความอยากได้ (Want) เช่น สินค้าแฟชั่น หรือการท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นรายการที่สามารถชะลอหรือปรับลดลงได้ในช่วงที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูง การทบทวนรายจ่ายในกรอบนี้จะช่วยให้การบริหารเงินไม่ใช่เพียงการลดค่าใช้จ่ายแบบตัดทุกอย่างเท่ากัน แต่เป็นการเลือกใช้เงินอย่างมีเป้าหมายมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมี 4 เรื่องสำคัญด้านการเงินที่ควรเช็กและปรับทันทีในช่วงสงครามปะทุและเงินเฟ้อสูง ได้แก่

1.เงินสำรองฉุกเฉินเพียงพอหรือไม่ ซึ่งในช่วงเศรษฐกิจขาลงและเงินเฟ้อสูงเงินสำรองที่เหมาะสมควรเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 6-12 เดือน เพื่อรองรับความเสี่ยงจากของแพงขึ้น รายได้สะดุด ถูกให้ออกจากงานหรือเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเศรษฐกิจผันผวน ทั้งนี้ การมีเงินสำรองเพียงพอไม่ใช่เพียงช่วยให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤต แต่ยังช่วยให้ไม่ต้องรีบขายสินทรัพย์หรือนำเงินลงทุนระยะยาวออกมาใช้ในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม

2.เป้าหมายทางการเงินระยะยาวต้องปรับเปลี่ยนหรือไม่ โดยเฉพาะเงินเกษียณควรถูกนำกลับมาประเมินใหม่ เนื่องจากเงินเฟ้อทำให้ต้นทุนชีวิตในอนาคตสูงขึ้น หากยังใช้สมมติฐานเดิมอาจทำให้เงินออมไม่เพียงพอเมื่อถึงวัยเกษียณ

3.ความคุ้มครองด้านประกัน ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้เหตุไม่คาดฝัน เช่น ค่ารักษาพยาบาลหรือการสูญเสียรายได้ กลายเป็นปัจจัยที่กระทบแผนการเงินทั้งระบบ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเสาหลักของบ้าน มีภาระครอบครัว มีหนี้ ยิ่งควรตรวจสอบอย่างจริงจังว่าความคุ้มครองที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่ และยังตอบโจทย์ความเสี่ยงในชีวิตปัจจุบันได้จริงเพียงใด

4.พอร์ตการลงทุนยังสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่รับได้หรือไม่ ในช่วงที่ตลาดผันผวนสูงการกระจายความเสี่ยงและการรักษาสภาพคล่องถือเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ควรมุ่งหวังผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่ควรคำนึงถึงความสามารถในการรับมือกับความผันผวนของตลาดด้วย

โดยสินทรัพย์ที่สามารถช่วยฝ่าความไม่แน่นอนในช่วงนี้ได้ เช่น หุ้นกลุ่มที่มีเสถียรภาพท่ามกลางความผันผวน (Resilience Play) อย่างหุ้นกลุ่ม Healthcare, Utilities หรือกลุ่มที่ได้แรงหนุนจากความขัดแย้งโลก (Geopolitical Play) ได้แก่ พลังงาน, ทองคำ หรือผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง-สูงและต้องการความยืดหยุ่น

การลงทุนในกองทุนผสม ที่มีกลยุทธ์การปรับสัดส่วนแบบยืดหยุ่น (Dynamic Asset Allocation) ก็อาจจะตอบโจทย์ในการสร้างผลตอบแทนที่ดีและมีความสามารถในการจำกัด downside ได้ การวางแผนที่ดีจึงไม่ใช่แค่การหาผลตอบแทนสูงสุด แต่คือการจัดพอร์ตให้ยืดหยุ่นและอยู่รอดได้ในหลายสถานการณ์

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นทบทวนและวางแผนการเงินให้เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน สามารถใช้โปรแกรม TISCO My Goal ช่วยวางแผนการเงินแบบองค์รวม รวมทั้งช่วยประเมินสถานะทางการเงินในปัจจุบัน วิเคราะห์ความเพียงพอของเงินสำรอง เป้าหมายระยะยาว การลงทุน และความคุ้มครอง เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าควรปรับแผนอย่างไรในภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน โดยสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของธนาคารทิสโก้

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚