สรรพสามิต ทุบโต๊ะภาษีบุหรี่อัตราเดียว ชัดเจนภายใน ต.ค. นี้-จ่อยกเลิกยกเว้นภาษียาสูบส่งออกใช้ระบบจ่ายก่อนค่อยขอคืน

สรรพสามิต ทุบโต๊ะภาษีบุหรี่อัตราเดียว ชัดเจนภายใน ต.ค. นี้-จ่อยกเลิกยกเว้นภาษียาสูบส่งออกใช้ระบบจ่ายก่อนค่อยขอคืน
ภาพประกอบข่าว

สรรพสามิต ทุบโต๊ะภาษีบุหรี่อัตราเดียว คลังอยู่ระหว่างประเมินผล รอความชัดเจนจากนักวิชาการภายใน ต.ค.นี้-จ่อยกเลิกการยกเว้นภาษียาสูบส่งออก ใช้ระบบจ่ายก่อนค่อยขอคืน หลังพบการฉวยโอกาสนำสินค้าเวียนกลับมาขายในประเทศ คาดเห็นภายในปี 2569

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้แผนการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นระบบอัตราเดียว (Single Tier) ที่เคยชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 นั้น ผ่านขั้นตอนการ Hearing ภายใต้กรมสรรพสามิตตามขั้นตอนทางกฎหมายแล้ว

แต่ในระดับนโยบายที่หลายฝ่ายต้องการความชัดเจนจากนักวิชาการและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการประเมินผลข้อเสนอของกรมสรรพสามิตอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะส่งผลประเมินให้กระทรวงการคลังภายใน ต.ค.นี้

“เรื่องนี้พ้นจากกรมสรรพสามิตไปอยู่ที่กระทรวงการคลังแล้ว กระทรวงอยู่ระหว่างประเมินผล เพราะฉะนั้นความชัดเจนจะอยู่ในช่วงตุลาคมเป็นต้นไป ว่าจะเดินหน้าต่อในลักษณะใด” นายพรชัยกล่าวและว่า สำหรับการประเมินผลของกระทรวงนั้น ไม่แน่ใจว่าตั้งโจทย์วิจัยไว้อย่างไร แต่สิ่งที่กรมดำเนินการเป็นไปตามที่ชี้แจงกับ กมธ.ไปก่อนหน้า

ก่อนหน้านี้ นายพรชัยเคยกล่าวว่า ปัจจุบันการจัดเก็บภาษีบุหรี่ใช้ระบบภาษี 2 อัตรา คือ เก็บภาษี 25% สำหรับบุหรี่ราคาขายปลีกไม่เกิน 72 บาทต่อซอง และเก็บภาษี 42% สำหรับบุหรี่ราคาขายปลีกเกิน 72 บาทต่อซอง ซึ่งส่งผลกระทบให้การเก็บรายได้ภาษีบุหรี่ลดลง 1-2 หมื่นล้านบาทต่อปี เนื่องจากผู้บริโภคกระจุกตัวที่บุหรี่อัตราภาษีต่ำ นอกจากนี้ยังมีปัญหาของบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งกรมสรรพสามิตไม่ได้นิ่งนอนใจในการปราบปรามเรื่องนี้

ยาสูบครองตำแหน่งสินค้าที่พบการกระทำผิดมากสุด

นายพรชัย แถลงผลการดำเนินงานในรอบ 11 เดือน ปีงบประมาณ 2569 (ต.ค. 68- ส.ค. 69) ว่า กรมสรรพสามิตสามารถจับกุมดำเนินคดีได้รวม 35,739 คดี เพิ่มขึ้น 5.84% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีการเปรียบเทียบปรับและประมาณการค่าปรับรวม 6,274.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.98% โดยสินค้ายาสูบยังเป็นสินค้าที่พบการกระทำผิดสูงสุด รองลงมาคือสุราและน้ำมัน

อย่างไรก็ตาม กรมสรรพสามิตไม่ได้มองตัวเลขคดีเป็นเป้าหมายสูงสุด แต่จะนำข้อมูลจากคดีที่เกิดขึ้นกลับมาวิเคราะห์ เพื่อประเมินแนวโน้ม รูปแบบ และความเสี่ยงใหม่ ๆ สำหรับกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามในระยะต่อไป

“ต้องยอมรับว่าเรื่องบุหรี่เถื่อน เราไม่ทราบว่าในระบบ (Universe) มีบุหรี่เถื่อนเท่าไหร่ เพราะไม่มีใครมาบอกว่าผมทำบุหรี่เถื่อนนะ หรือผมมีบุหรี่เถื่อนอยู่ในมือ แต่สามารถวิเคราะห์จากรูปแบบการนำเข้า ผ่านช่องทางต่างๆ ได้” นายพรชัยกล่าว

สำหรับบุหรี่เถื่อน พบว่ามีการนำเข้าผ่านช่องทางธรรมชาติ รวมทั้งทางรถและเรือซึ่งสามารถตรวจตรา (Monitor) ได้ และพยายามสกัดกั้นให้ได้มากที่สุด ผ่านการวางกำลังและประสานกำลังกับหน่วยงานด้านความมั่นคง กรมศุลกากร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง

“ต้องยอมรับว่าบางครั้งมีการใช้ช่องทางธรรมชาติ เช่น จ.กาญจนบุรี ก็มีด่านที่เราเป็นเหมือนแหลมยื่นเข้าไปในอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งตรงด่านเรากำกับดูแลได้เป็นอย่างดี เพราะเรามีการทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง กรมศุลกากร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง แต่มีช่องทางธรรมชาติเป็น 100 กิโลเมตร

เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะตรวจตราได้อย่างถี่ถ้วนนั้น ยอมรับว่าเป็นไปได้ยาก เราจึงพยายามสกัดจุดที่คิดว่าใช้เพื่อลำเลียง ซึ่งต้องใช้ข้อมูลภายใน ผ่านการสืบ การสอบ และสายลับ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญให้รู้ว่าจะขนส่งทางไหน” นายพรชัย กล่าว

นอกจากนี้ การจัดส่งบุหรี่เถื่อนในปัจจุบันยังกระจายสินค้าด้วยเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ผู้บริโภคบางส่วนอาจเห็นว่าบุหรี่เถื่อนราคาถูกกว่า ทั้งนี้ กรมสรรพสามิตไม่สามารถการันตีได้ว่าจะมีเชื้อราหรือเชื้อโรคหรือเปล่า รวมทั้งการซื้อบุหรี่เถื่อนยังผิดกฎหมายสรรพสามิตด้วย อย่างไรก็ตาม กรมสรรพสามิตสามารถใช้ข้อมูลที่มีเพื่อสอบทานย้อนกลับ (Tracking) ไปยังจุดกระจายสินค้าได้

“เราใช้ข้อมูลย้อนกลับ เพื่อวิเคราะห์รูปแบบให้มั่นใจว่า คนที่นำเข้าอยู่แหล่งใด และที่สำคัญคือข้อมูลเส้นทางทางการเงินเป็นอย่างไร กรมสรรพสามิตไม่มีอำนาจตรวจสอบเส้นทางการเงิน ไม่สามารถตรวจสอบสถานที่ตั้ง หรือตัวบุคคลได้ ต้องมีพันธมิตรที่ตรวจสอบได้ละเอียดกว่า ในการทำงานร่วมกัน เรากำลังจับ Pattern จากการเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพยายามหาต้นทางให้ได้มากที่สุด” นายพรชัย กล่าว

ชงเก็บภาษียาสูบส่งออกเพื่อนบ้าน พบนำเวียนกลับมาขายในไทย

นายพรชัย กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการผลิตเพื่อส่งออกยาสูบไปยังต่างประเทศ ด้วยการยกเว้นการเก็บภาษี เพื่อให้สามารถส่งออกไปขายและแข่งขันกับต่างประเทศได้ สำหรับกรณีที่ส่งออกไปยังประเทศห่างไกลมักไม่พบปัญหา อย่างไรก็ดีการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีพรมแดนติดกันนั้น พบปัญหาการเวียนสินค้ากลับเข้ามาผ่านช่องทางธรรมชาติเพื่อนำกลับมาขายในประเทศ “ในเมื่อเป็นสินค้ายกเว้นภาษีทำให้ต้นทุนในการส่งออกไปถูก สินค้ากลับเข้ามาก็มีราคาถูก คนที่ลักลอบเข้ามานำไปขายก็ได้กำไร ขายถูกกว่าปัจจุบันก็ได้กำไรอยู่ดี”

“สำหรับพื้นที่ที่มีการจับกุมเยอะ เราได้คุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีความห่วงใยเช่นกัน เพราะเขาคุมเฉพาะคนที่ได้รับสิทธิ ปัญหาคือมีการส่งออกจริง ประเทศปลายทางมีคนรับจริง แต่คนรับจริงก็นำกลับเข้ามา เราจึงพยายามจับตาและตั้งกติกาว่าถ้าเจอมากกว่าร้อยละที่กำหนดไว้ จะยกเลิกโควต้านั้น” นายพรชัย กล่าว

ขณะนี้ กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่าง Hearing การยกเลิกการยกเว้นภาษี เป็นเวลา 30 วัน แต่จะใช้วิธีเก็บภาษีก่อนและนำเอกสารหลักฐานมายื่นขอคืนภาษี เพื่อป้องกันการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่รัฐบาลใช้เพื่อส่งเสริมการแข่งขันการค้ากับต่างประเทศ เพื่อหารายได้ให้ตัวเอง ทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อ Hearing ครั้งแรกแล้ว จะต้องปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ และ Hearing อีกครั้งเป็นเวลา 30 วัน โดยคาดว่าภายในสิ้นปีปฏิทิน 2569 นี้ จะได้เห็นความชัดเจน “การส่งออกต้องผ่านกรมศุลกากร แต่ราคาสำแดงต้องรวมภาษีด้วย และนำเอกสารการส่งออกมาขอคืนภาษีที่กรมสรรพสามิต”

“มั่นใจว่าระบบการคืนภาษีของกรมสรรพสามิตตรวจละเอียด เพื่อสกัดกั้นผู้ที่ฉวยโอกาสใช้ประโยชน์จากการที่เราจะส่งเสริมการแข่งขันในต่างประเทศ ทำให้สูญเสียรายได้ ฉะนั้นมั่นใจว่าเรามีกระบวนการควบคุมการคืนภาษีได้ชัดเจนและตรวจสอบได้” นายพรชัยกล่าว

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚