เอกนิติ หารือปกรณ์ออก กม.กู้เงิน อาจไม่จำเป็นต้องขยายเพดานหนี้ หากกู้ไม่เกิน 8 แสนล้าน

เอกนิติ หารือปกรณ์ออก กม.กู้เงิน อาจไม่จำเป็นต้องขยายเพดานหนี้ หากกู้ไม่เกิน 8 แสนล้าน
ภาพประกอบข่าว

‘เอกนิติ’ ขอหารือ ‘ปกรณ์’ กรณีออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท วันนี้ (21 เม.ย.) ชี้อาจไม่จำเป็นต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะเพื่อกู้เงิน เหตุยังเหลือพื้นที่ทางการคลังเพียงพอถึง 8 แสนล้านบาท พร้อมเน้นหากจะกู้ต้องมีวัตถุประสงค์ชัดเจน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าจะมีการหารือกับ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในวันนี้ (21 เม.ย.) กรณีการออกพระราชกำหนดกู้เงิน 5 แสนล้านบาทนั้น

“วันนี้พิจารณาโดยเอาสิ่งที่ได้ไปคุยกับเรตติ้งเอเจนซี่มาดูว่าความจำเป็นหากจะกู้เงินมาใช้ โจทย์คือจะกู้มาใช้ทำอะไร วันนี้สิ่งที่เราพิจารณาคือเอามาช่วยกลุ่มเปราะบาง (Target) และเรื่องทรานส์ซิชั่น (Transition) ส่วนเรื่องที่ว่าจะออกมาเป็น พ.ร.ก.หรือไม่ กำลังให้ทีมดูเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญอยู่ว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งจะหารือกับรองนายกฯปกรณ์ด้วย”

นายเอกนิติเปิดเผยว่า ตอนนี้ยังเหลือพื้นที่ทางการคลังอีกประมาณ 4% หรือราว 8 แสนล้านบาท ซึ่งอาจทำให้การออก พ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าวนั้นไม่จำเป็น

“วันนี้หนี้สาธารณะของไทยคือ 66% ของจีดีพี เราเหลือพื้นที่ทางการคลัง (หรือรูม) อยู่ 4% หรือประมาณ 8 แสนล้านบาท ซึ่งสิ่งที่คุยคือเราจำเป็นต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะเพื่อกู้เงินหรือไม่ ถ้าเรากู้ไม่ถึง 8 แสนล้านก็อาจจะยังไม่จำเป็น และต้องดูงบประมาณทั้งปี 2569 และ 2570 ด้วย

ทั้งนี้ เรื่องเพดานหนี้สาธารณะนั้น เมื่อเทียบกับหลาย ๆ ประเทศ ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะ 66% ของจีดีพี ขณะที่ยุโรปอยู่ที่ 100% กว่าของจีดีพี หรือเทียบกับประเทศในอาเซียน ไทยก็ไม่ได้สูงกว่าคนอื่น และเรื่องเพดานหนี้สาธารณะต้องหารือกันเพิ่มเติม เพราะมีพัฒนาการใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเช่นกัน”

อย่างไรก็ตาม นายเอกนิติยืนยันว่า ทางเรตติ้งเอเจนซี่ไม่มีปัญหา หากไทยจะกู้เงิน เพียงแต่ต้องมีวัตถุประสงค์ชัดเจนว่าจะกู้ไปทำอะไรบ้าง

“จากที่ได้คุยกับเรตติ้งเอเจนซี่ 3 แห่ง ซึ่งทุกแห่งไม่ติดว่าจะกู้หรือไม่กู้ แต่ที่สำคัญคือจะกู้ไปทำอะไร เพราะฉะนั้นที่ผมเรียกมาคุยวันนี้คือจะดูเรื่องงบประมาณรายจ่าย ต้องตัดงบที่ไม่จำเป็นก่อนตามนโยบายที่นายกฯ ให้เมื่อเช้า เช่น งบดูแล งบเดินทาง งบพัฒนาจังหวัด งบก่อสร้างที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะที่จะสร้างตึกใหม่ วันนี้ต้องเอางบเหล่านั้นมาดูแลประชาชนก่อน วันนี้ต้องมาดูงบประมาณปี’70 ว่าจะตัดงบอะไรได้บ้าง เพื่อดูว่าจะนำเงินเหล่านี้มาทำ 4T ได้ยังไง ช่วยคนกลุ่มเยียวยาอย่างไร ช่วยให้ประชาชนทรานส์ซิชั่นได้อย่างไร”

ก่อนหน้านี้ นายเอกนิติได้นำหลัก 4T ไปหารือกับ IMF และเวิลด์แบงก์ ถึงวิธีการบริหารจัดการประเทศในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะสงคราม “สิ่งที่เรียกทีมมาคุยในวันนี้คือ จากที่ได้ไปหารือกับ IMF และเวิลด์แบงก์เรื่องความจำเป็นในช่วงที่ประเทศต่าง ๆ ได้รับผลกระทบ เขามีวิธีบริหารจัดการอย่างไร

ผมเอาเรื่อง 4T ไปพูด คือ Target ต้องช่วยกลุ่มเยียวยา สิ่งที่ได้รับการตอบรับสูงนอกจากเรื่องเยียวยาคือ Transition ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน อันที่สามคือทำให้เกิดการ Transform ปฏิรูปทางเศรษฐกิจ และสุดท้าย Together ต้องใช้ทรัพยากรทุกอย่าง”

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚