ค่าเงินบาทวันนี้ (30 เม.ย.) เปิดตลาดอ่อนค่าลงเล็กน้อย 32.76 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด

ค่าเงินบาทวันนี้ (30 เม.ย.) เปิดตลาดอ่อนค่าลงเล็กน้อย 32.76 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ภาพประกอบข่าว

ค่าเงินบาทวันนี้ (30 เม.ย. 69) เปิดตลาดอ่อนค่าลงเล็กน้อยที่ระดับ 32.76 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบแนวรับอยู่ที่ 32.50 บาท แนวต้าน 32.85 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ระดับ 32.76 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดของวันก่อนหน้าที่ 32.67 บาทต่อดอลลาร์

ตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาทยอยอ่อนค่าลง ทดสอบโซนแนวต้าน 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เสี่ยงยืดเยื้อกว่าคาด ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบยังคงทยอยปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้เงินบาทยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมในช่วงตลาดทยอยรับรู้ผลการประชุม FOMC ของ FED ที่แม้ว่า FED จะมีมติ “ไม่เป็นเอกฉันท์” ให้ “คงดอกเบี้ย” ที่ระดับ 3.50%-3.75% ตามคาด โดยผู้เล่นในตลาดมองว่า FED มีโอกาสราว 10% ในการขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปีนี้

ทั้งนี้ จังหวะรีบาวด์สูงขึ้นบ้างของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่ยังพอได้แรงหนุนจากภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม และการย่อตัวลงบ้างของเงินดอลลาร์ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย ได้ช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทบ้าง

ในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ผลการประชุมธนาคารกลางหลักฝั่งยุโรป ทั้งธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยเราประเมินว่าทั้ง BOE และ ECB อาจมีมติ “คงดอกเบี้ย” ที่ระดับ 3.75% และ 2.00% (Deposit Facility Rate) ตามลำดับ แม้เงินเฟ้อฝั่งยุโรปมีแนวโน้มเร่งสูงขึ้น จากผลกระทบของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทว่าเศรษฐกิจฝั่งยุโรปจะเผชิญแรงกดดันเช่นกัน ซึ่งจะต่างจะช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน 2022 โดยเฉพาะในส่วนแรงหนุนเงินเฟ้อที่มาจากทั้งปัจจัยด้านอุปทานและอุปสงค์ ขณะที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะเร่งเงินเฟ้อฝั่งยุโรปผ่านปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ

อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เสี่ยงยืดเยื้อ ได้ทำให้บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างคาดหวังว่า ทั้ง BOE และ ECB อาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้ราว 3-4 ครั้ง ในปีนี้ และผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามช่วงหลังการประชุมอย่างใกล้ชิด

ทางฝั่งเอเชีย ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ผ่านรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (Manufacturing & Non-Manufacturing PMIs) ในเดือนเมษายน พร้อมทั้งรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของกรุงโตเกียว ญี่ปุ่น เดือนเมษายน ในช่วงเช้าราว 6.30 น. ของวันศุกร์นี้ตามเวลาประเทศไทย

สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) ธนาคารกรุงไทยคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้เงินบาทอาจผันผวนในกรอบ Sideways ที่กว้างได้

โดยกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.50-32.85 บาท/ดอลลาร์

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚