สินเชื่อSMEs-รายย่อยปี’69 หดต่อ ‘เช่าซื้อ-รูดปรื๊ด’ไม่ฟื้น-ทีทีบีลุยรถแลกเงิน

สินเชื่อSMEs-รายย่อยปี’69 หดต่อ ‘เช่าซื้อ-รูดปรื๊ด’ไม่ฟื้น-ทีทีบีลุยรถแลกเงิน
ภาพประกอบข่าว

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินสินเชื่อแบงก์ปี’69 “รายย่อย-เอสเอ็มอี” ยังติดลบ ชี้ภาพรวมอาจโต 0.5% ได้ “รายใหญ่” ประคอง ระบุสินเชื่อรายย่อยดีแค่บางประเภท “บ้าน-พีโลน” ทรงตัว “เช่าซื้อ-บัตรเครดิต” คาดยังหดตัวต่อเนื่อง ส่วน “จำนำทะเบียนรถ” ยังโตได้ดี ฟาก “ทีทีบี” ลุยปล่อยกู้คิดดอกเบี้ยตามเสี่ยง ล่าสุดเปิดตัว“สินเชื่อรถแลกเงิน ทีทีบีไดรฟ์ แบบไม่โอนเล่ม” เชื่อเพิ่มคุณภาพพอร์ตรถยนต์-ลดหนี้เสีย เผยปลายปีเตรียมออก “ทีทีบี แฟลชการ์ด บัตรกดเงินสด” ใช้ Risk-Based Pricing อีกโปรดักต์

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย 17 แห่ง พลิกกลับมาเป็นบวก โดยตัวเลขเงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับสุทธิ ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ระดับ 13.95 ล้านล้านบาท ขยายตัว 1.93% ต่อปี (YoY) เทียบกับ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 ที่หดตัว 0.26% YoY โดยมีแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อภาครัฐและสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมิน ปี 2569 สินเชื่อในภาพรวมจะกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้เล็กน้อยที่ 0.5% YoY ดีกว่าเดิมที่เคยมองว่าจะติดลบ 0.7% YoY

“สินเชื่อแบงก์โตมาได้ 2 เดือนแล้ว คือ เม.ย. กับ พ.ค. โดยเดือน เม.ย. กลับมาโต 0.7% YoY และ พ.ค.โต 0.4% YoY ซึ่งส่วนที่โตมาจากสินเชื่อผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ ณ เดือน พ.ค.โต 3.2% YoY ส่วนรายย่อยกับเอสเอ็มอียังหดตัวอยู่ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา โดยเอสเอ็มอี ณ เดือน พ.ค. ติดลบ 5.1%YoY ส่วนพอร์ตรายย่อยรวม ๆ ติดลบ 0.9%YoY”

อย่างไรก็ดี หากพิจารณาสินเชื่อของรายย่อยแต่ละประเภทจะพบว่า ณ พ.ค. 2569 สินเชื่อบ้านเติบโตได้ 1% YoY ส่วนเช่าซื้อติดลบ 8.2% YoY บัตรเครดิตติดลบ 4.2% YoY ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันติดลบ 0.5% YoY แต่ถ้าเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน (จำนำทะเบียน) โต 1.7% ส่วนแนวโน้มในเดือน มิ.ย. คาดว่าจะยังคงเป็นไปในทิศทางเดียวกับเดือน พ.ค.

ส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอีที่ยังไม่ฟื้นตัว เนื่องจากมีปัญหาพันกันหลายเรื่อง ทั้งประเด็นเชิงโครงสร้าง ทั้งความเสี่ยงด้านเครดิต

“ไส้ในสินเชื่อรายย่อย แนวโน้มช่วงไตรมาส 2 บ้านยังโตได้ต่อเนื่องจากต้นปี ส่วนเช่าซื้อ บัตรเครดิตยังหดตัว สะท้อนว่าสินเชื่อฟื้นตัวได้บางส่วน บางโปรดักต์ ขณะที่ในส่วนของรายใหญ่ที่โตได้ 3.2% YoY จะรวมกับสินเชื่อที่มีความเชื่อมโยงกับภาครัฐด้วย ส่วนหนึ่งจากความต้องการสภาพคล่อง เพื่อรองรับสถานการณ์ไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ก็น่าจะมีบางส่วนที่ลิงก์กับการลงทุน พวก Data Center ด้วย ขณะที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ๆ ก็ยังมีการมาใช้สินเชื่อในส่วนนี้บ้าง”

ดร.กาญจนากล่าวว่า สำหรับแนวโน้มภาพสินเชื่อแบงก์ทั้งปี 2569 นี้คาดว่าจะกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้เล็กน้อยที่ 0.5% YoY ดีกว่าเดิมที่เคยมองว่าจะติดลบ 0.7% YoY อย่างไรก็ดี ขณะนี้ศูนย์วิจัยฯ อยู่ระหว่างทบทวนตัวเลข

“ทั้งปีเบื้องต้นเรามองกรอบสินเชื่อบ้านจะติดลบ 0.5% YoY จนถึงทรงตัวอยู่ที่ 0% เพราะครึ่งปีหลังจะมีเรื่องฐานที่สูงด้วย แต่สินเชื่อเช่าซื้อรถคาดว่าจะติดลบต่อเนื่องจากปีที่แล้ว โดยเราคาดว่าจะลบประมาณ 7.2% YoY ส่วนบัตรเครดิตปีนี้คาดว่าติดลบ 4% YoY และสินเชื่อส่วนบุคคลน่าจะบวกได้ประมาณ 0.2% YoY ส่วนจำนำทะเบียนรถน่าจะเติบโตได้ดีอยู่ ซึ่งรวม ๆ กันแล้วคือ เรามองปีนี้สินเชื่อโตได้ 0.5% YoY ส่วนใหญ่ก็โตมาจากรายใหญ่โตประมาณ 5% เอสเอ็มอีติดลบ 4.5% รายย่อยติดลบประมาณ 1.4-1.5%”

นายชัชฤทธิ์ ตั้งเถกิงเกียรติ์ ประธานกลุ่มด้านสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) เปิดเผยว่า ทีทีบีเตรียมเปิดตัว “สินเชื่อรถแลกเงิน ทีทีบีไดรฟ์ แบบไม่โอนเล่ม” ภายใต้โครงการสินเชื่อคนผ่อนดี ที่ใช้หลักการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อตามระดับความเสี่ยง (Risk-Based Pricing) เพื่อช่วยให้ลูกค้าผ่อนดีได้เรตที่ดีกว่าเดิม โดยใช้ข้อมูลคะแนนเครดิต (Credit Score) จากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) มาใช้กำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่สอดคล้องกับวินัยทางการเงิน

“จากเดิมที่ใช้อายุรถเป็นตัวแปรกำหนดดอกเบี้ยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ แต่จากนี้จะเปลี่ยนมาใช้คะแนนเครดิตในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยแทน โดยดอกเบี้ยเริ่มต้นอยู่ที่ 11.11% ต่อปี หรือ 0.52% ต่อเดือน เป้าหมายของเราคือช่วยลูกค้าผ่อนดีให้ได้เรตดอกเบี้ยดีกว่าเดิม”

ทั้งนี้ ปัจจุบันในประเทศไทยมีรถยนต์อยู่ประมาณ 20 ล้านคัน ซึ่งอยู่ในระบบสินเชื่อราว 10-11 ล้านคัน จากจำนวนนี้มีลูกค้าสินเชื่อจำนำทะเบียนรถอยู่ราว 4-5 ล้านคัน โดยสถาบันปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนคิดดอกเบี้ยสินเชื่อประเภทนี้เฉลี่ย 20-21% ต่อปี และสูงสุดที่ 24% ต่อปี ทั้งนี้ จากข้อมูลที่สำรวจ พบว่ากว่า 70% ของลูกค้าที่จำนำทะเบียนรถมีประวัติผ่อนชำระตรงเวลา

“แปลว่าเรามีโอกาสช่วยลูกค้ากว่า 2.8-3.5 ล้านคันให้ได้ดอกเบี้ยที่ดีกว่า ซึ่งสินเชื่อรถยนต์นั้นต่างกับสินเชื่อบุคคล ตรงที่ปัจจุบันพิจารณาดอกเบี้ยสินเชื่อตามอายุรถยนต์ กล่าวคือ รถเก่าดอกเบี้ยสูง รถใหม่ดอกเบี้ยต่ำ ที่อาจย้อนแย้งว่าลูกค้าบางคนผ่อนดี แต่รถเก่าก็จะได้ดอกเบี้ยสูงไปด้วย ดังนั้นทีทีบีจึงคิดว่าสินเชื่อรถแลกเงินจะสร้างมาตรฐานใหม่ของสินเชื่อจำนำทะเบียนรถแก่คนผ่อนดี โดยอ้างอิงคะแนนเครดิตของ NCB”

นายชัชฤทธิ์กล่าวว่า ช่วง 5 เดือนที่เหลือของปีนี้ (ส.ค.-ธ.ค.) ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อรถแลกเงินเดือนละ 1,000 ล้านบาท หรือรวมแล้ว 5,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยเหลือลูกค้าได้กว่า 1.4-1.5 หมื่นราย และประหยัดดอกเบี้ยรวมทั้งหมดเกิน 1,000 ล้านบาทตลอดสัญญา โดยทีทีบีเชื่อว่าสินเชื่อรถแลกเงินนี้จะทำให้ยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จะลดลง เนื่องจากรูปแบบของผลิตภัณฑ์จะทำให้คุณภาพพอร์ตดีขึ้น เพราะออกแบบมาเพื่อดึงดูดให้ลูกค้าที่มีวินัยการเงินดีเข้ามาใช้

นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า สินเชื่อรถแลกเงินของทีทีบีจะช่วยให้ NPL ลดลง จากการที่ได้ลูกค้าเครดิตดีเข้ามา ต่างจากเดิมที่่ลูกค้าเครดิตไม่ดีก็ได้รับดอกเบี้ยถูกไปด้วย บางส่วนอาจชำระไม่ตรงเวลา ซึ่งแนวทางนี้แม้ไม่ได้ดอกเบี้ยมาก แต่หนี้เสียลดลงแน่นอน

นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีนี้ทีทีบีจะออกผลิตภัณฑ์ ทีทีบี แฟลชการ์ด บัตรกดเงินสดที่ใช้ Risk-Based Pricing ซึ่งคาดว่าจะออกแบบผลิตภัณฑ์เสร็จในช่วง ต.ค.-พ.ย. อีกด้วย

“ทีทีบีเป็นแบงก์แรกและแบงก์เดียวในตอนนี้ ที่คิดดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อจำนำทะเบียนตามพฤติกรรมการผ่อน โดยใช้คะแนนเครดิตจาก NCB มากำหนดดอกเบี้ย แต่อยากย้ำว่าผมอยากเป็นแบงก์แรก แต่ไม่อยากเป็นแบงก์เดียว อยากชวนให้แบงก์อื่นทำ Risk-Based Pricing ด้วย”

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚