XSpring AM เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยสู่ Neutral ปักเป้า SET ปีนี้ 1,650 จุด-ปี’70 ลุ้น 1,700 จุด

XSpring AM เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยสู่ Neutral ปักเป้า SET ปีนี้ 1,650 จุด-ปี’70 ลุ้น 1,700 จุด
ภาพประกอบข่าว

XSpring AM ปรับมุมมองหุ้นไทยขึ้นสู่ Neutral หลัง Valuation เริ่มน่าสนใจ-เงินทุนต่างชาติส่งสัญญาณไหลกลับ มอง SET ปี 2569 ที่ 1,650 จุด ส่วนปี 2570 มีโอกาสแตะ 1,700 จุด หาก ตลท.ดึงบริษัทคุณภาพเข้า IPO เพิ่ม ชูหุ้นบริโภค-เซมิคอนดักเตอร์-แบงก์เด่น Q4 พร้อมคาด AUM สิ้นปีแตะ 1.6 หมื่นล้านบาท โต 60%

นายยศกร ฟอลเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็กซ์สปริง จำกัด (XSpring AM) เปิดเผยว่า บริษัทปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยขึ้นสู่ระดับ Neutral จากเดิม Underweight หลังมองว่าระดับ Valuation เริ่มมีความน่าสนใจ ขณะที่ Dividend Yield เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3.5% ต่อปี ช่วยรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดได้ส่วนหนึ่ง

ยศกร ฟอลเล็ต

ขณะเดียวกัน มองว่าปัจจัยการเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้น และทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลมีทิศทางในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่ชัดเจน ประกอบกับเริ่มเห็นสัญญาณเงินลงทุนไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย หลังเผชิญเงินทุนไหลออกต่อเนื่องในช่วงประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังประเมินเป้าหมายดัชนีปี 2569 ไว้ที่ 1,650 จุด อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อทิศทางตลาดในช่วงที่เหลือของปี

สำหรับกลยุทธ์ลงทุนในไตรมาส 4/2569 มอง 3 กลุ่มน่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายส่งเสริมเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต รวมถึงหุ้นธนาคารพาณิชย์แบบ Selective

ในส่วนของหุ้นธนาคาร จะเน้นเลือกธนาคารที่สามารถบริหาร Credit Cost และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ได้ดี รวมถึงมีอัตราเงินปันผลอยู่ในระดับสูง

สำหรับปี 2570 คาดหวังดัชนีมีโอกาสแตะระดับ 1,700 จุด โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้ตลาดหุ้นไทย คือการผลักดันบริษัทใหม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งกลุ่มธุรกิจครอบครัวและบริษัทขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพ

หากสามารถดึงบริษัทที่มีผลประกอบการแข็งแกร่ง มียอดขายและกำไรในระดับสูงเข้ามาระดมทุนผ่าน IPO ได้มากขึ้น จะช่วยเพิ่มมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) และเพิ่มความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทย หลังช่วงกว่า 3 ปีที่ผ่านมาไม่มีหุ้น IPO ขนาดใหญ่ที่สามารถทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้มากนัก

“ปีหน้ายังมีหวังว่าหุ้นไทยอาจจะไปแตะที่ระดับ 1,700 จุด รับปัจจัยหนุนจากนโยบายตลาดฯ ที่ผลักดันบริษัทจดทะเบียนเพิ่ม เช่น ธุรกิจครอบครัว ซึ่งจะช่วยเพิ่ม Market Cap และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนกลับได้ หลังไม่มีหุ้น IPO ขนาดใหญ่ที่เป็นแม่เหล็กมานานกว่า 3 ปี” นายยศกร กล่าว

สำหรับภาพการลงทุนต่างประเทศ นายยศกร กล่าวว่า ตลาดโลกในปี 2569 ยังคงเผชิญความผันผวนสูงจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อในภาคการผลิต

ภาวะดังกล่าวส่งผลให้ธนาคารกลางหลายแห่ง ทั้งธนาคารกลางยุโรป (ECB) ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า มองว่าธีมการลงทุนหลักของโลกยังไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในวัฏจักรการลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งโดยปกติมีระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 10 ปีต่อรอบ ขณะที่วัฏจักรปัจจุบันเพิ่งดำเนินมาได้ประมาณ 3 ปี

จึงยังให้น้ำหนักกับสินทรัพย์ที่จับต้องได้ (Real Assets) ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงธีม HALO หรือ Heavy Asset, Low Obsolesce ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ใช้เงินลงทุนสูง แต่มีโอกาสล้าสมัยค่อนข้างช้า

ขณะที่ธีม AI Ecosystem ยังคงมีโอกาสเติบโตในระยะยาว แม้ตลาดจะเริ่มกังวลต่อเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ แต่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ ยังมีศักยภาพสร้างการเติบโตในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมองหุ้นสหรัฐฯ กลุ่ม Small Cap Value ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากนโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมถึง Broad-based Commodities เพื่อกระจายความเสี่ยงและรับโอกาสจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงตั้งแต่ไตรมาส 4 ต่อเนื่องไปถึงปีหน้า

ด้านทิศทางธุรกิจ XSpring AM ตั้งเป้าหมายมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) สิ้นปี 2569 แตะประมาณ 16,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 6,000 ล้านบาท หรือเติบโต 60% จากปีก่อนที่มี AUM ประมาณ 10,000 ล้านบาท

ปัจจัยสนับสนุนมาจากการขยายฐานลูกค้าสถาบันและลูกค้ารายใหญ่ รวมถึงการสร้าง Synergy กับบริษัทแม่ XSpring Capital หรือ XPG โดยต่อยอดจากฐานลูกค้านักธุรกิจที่บริษัทแม่ให้บริการสินเชื่อระยะสั้น เมื่อลูกค้ามีสภาพคล่องส่วนเกิน สามารถนำเงินมาให้ XSpring AM บริหารจัดการต่อ

ขณะเดียวกัน บริษัทยังเน้นความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ตแบบ Tailor-made สำหรับลูกค้ารายใหญ่ โดยสามารถออกแบบพอร์ตให้สอดคล้องกับเป้าหมายผลตอบแทนและเงื่อนไขของลูกค้าแต่ละราย รวมถึงเดินหน้าออกกองทุนใหม่เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุน
ส่ง X-AUSEQ เจาะหุ้นออสเตรเลีย

สำหรับผลิตภัณฑ์ลงทุน XSpring AM ประเมินว่าการลงทุนแบบ Thematic ยังอยู่ในแนวโน้มหลักของตลาดอีกประมาณ 6-12 เดือน หลังที่ผ่านมาออกกองทุนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและการลงทุนแห่งอนาคตหลายกองทุน

แต่ในระยะยาว บริษัทประเมินว่าเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังมีโอกาสปรับขึ้นและยืนสูงต่อเนื่อง ทำให้ประเทศที่เศรษฐกิจเชื่อมโยงกับ Real Assets เช่น แคนาดา บราซิล และออสเตรเลีย มีโอกาสได้รับประโยชน์

บริษัทจึงเตรียมออกกองทุนเปิดเอ็กซ์สปริง หุ้นออสเตรเลีย หรือ X-AUSEQ ซึ่งเป็น Feeder Fund ลงทุนในกองทุนหลัก Candriam Equities L Australia Class I Cap โดยมีสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน

กองทุนหลักใช้กลยุทธ์ Active Management เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนหรือดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลักในออสเตรเลีย เพื่อรับโอกาสจากความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์ แร่ธาตุสำคัญ และพลังงานในตลาดโลก รวมถึงความแข็งแกร่งของระบบการเงินและสถาบันการเงินภายในประเทศ

XSpring AM ระบุว่า X-AUSEQ ถือเป็นกองทุนแรกในประเทศไทยที่มีนโยบายลงทุนในบริษัทจดทะเบียนในออสเตรเลีย โดยมองว่าเศรษฐกิจออสเตรเลียมีความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้าง จากประวัติการขยายตัวต่อเนื่องเกือบ 30 ปีโดยไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย ยกเว้นช่วงวิกฤต COVID-19 ที่เศรษฐกิจหดตัวชั่วคราว

นอกจากนี้ ออสเตรเลียยังมีสถานะเป็นผู้ส่งออกพลังงานและทรัพยากรสุทธิ ช่วยสนับสนุนดุลการค้าและรองรับความผันผวนจากปัจจัยภายนอก โดยเศรษฐกิจออสเตรเลียในระยะข้างหน้ายังมีโอกาสขยายตัวสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลัก ขณะที่ตลาดหุ้นมีความเชื่อมโยงกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ แต่มีความผันผวนต่ำกว่า จึงเป็นอีกทางเลือกในการกระจายการลงทุนระยะยาว

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚