หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง

หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
ภาพประกอบข่าว
คอลัมน์ : สามัญสำนึก 
ผู้เขียน : วรรณโชค ไชยสะอาด

อ่านข่าว “วงแตก” ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้แล้วนึกถึงหนังสือเล่มดัง The Psychology of Money-จิตวิทยาว่าด้วยเงิน 

บทเรียนเหนือกาลเวลาเรื่องความมั่งคั่ง ความโลภ และความสุข ของ มอร์แกน เฮาส์เซล

บทหนึ่งว่าด้วยเรื่อง “การได้มาซึ่งความมั่งคั่งกับ รักษาไว้ซึ่งความมั่งคั่ง”

น้าแกบอกว่า มีวิธีได้มาซึ่งความมั่งคั่งอยู่เป็นล้านวิธี แต่มีวิธีการเดียวที่จะทำให้ความมั่งคั่งนั้นคงอยู่

นั่นคือ “ส่วนผสมของความมัธยัสถ์และความหวาดระแวง” 

การหาเงินกับการเก็บรักษาเงินเป็นสองทักษะที่แตกต่างกัน การหาเงินนั้นต้องใช้การแบกรับความเสี่ยง การมองโลกในแง่ดี และการเอาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ถูกต้อง

แต่การเก็บรักษาเงินนั้นต้องใช้ทักษะด้านตรงข้ามกับการยอมรับความเสี่ยง ต้องใช้ความอ่อนน้อมถ่อมตน และความหวาดกลัวว่าสิ่งที่คุณสร้างขึ้นมานั้นสามารถถูกพรากไปจากคุณได้รวดเร็วพอ ๆ กับตอนที่คุณได้มันมา ไม่อาจปักใจได้ว่าความสำเร็จในอดีตนั้นจะทำซ้ำได้อย่างไม่จำกัด

เขาย้ำคำว่า “การอยู่รอด” อย่างมาก 

สิ่งที่สร้างความแตกต่างได้มากที่สุดคือ “ความสามารถในการยืนระยะเป็นเวลานาน โดยไม่ถูกกำจัดออกไป หรือถูกบังคับให้ยอมแพ้” 

“การอยู่รอด” หรือการยืนระยะเป็นรากฐานสำคัญสำหรับกลยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์ในการลงทุน ในอาชีพ หรือในธุรกิจที่เราเป็นเจ้าของ โดยมีเรื่องหนึ่งที่สอดคล้องกับบทเรียนจากเกาหลีใต้ในเวลานี้ได้เป็นอย่างดี

เรื่องราวของ ริค เกอร์แร็ง เพื่อนของมหาเศรษฐีชื่อก้องโลกอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ และ ชาลี มังเกอร์

วอร์เรน ชาลี และ ริค สร้างการลงทุนร่วมกัน หลังจากนั้นริคก็ดูเหมือนว่าจะหายไป

ครั้งหนึ่งมีคนถามบัฟเฟตต์ว่าเกิดอะไรขึ้นกับริค 

วอร์เรนพูดว่า “ชาลีและผมรู้มาโดยตลอดว่าเราจะกลายเป็นคนที่มั่งคั่งเกินจินตนาการ พวกเราไม่ได้รีบรวย เรารู้ดีว่าจะเกิดขึ้น ริคนั้นเป็นคนฉลาดเหมือนกับเรา แต่เขารีบร้อนไขว่คว้าความร่ำรวย”

สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำปี 1973-1974 ก็คือ ริคใช้พลังทวีด้วยการกู้ยืมมาเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (Margin Loan) และตลาดหุ้นก็ร่วงลงเกือบ 70% ในสองปีนั้น 

เขาจึงถูกบังคับให้วางหลักประกันเพิ่ม (Margin Calls) เขาขายหุ้นของเบิร์กเชียร์ให้กับวอร์เรนในราคาต่ำกว่า 40 เหรียญต่อหุ้น

เฮาส์เซลบอกว่า ชาลี วอร์เรน และ ริค นั้นเก่งในการได้มาซึ่งความมั่งคั่งเท่า ๆ กัน แต่วอร์เรนและชาลีมีทักษะที่เพิ่มเข้ามา นั่นก็คือการรักษาความมั่งคั่ง ซึ่งสิ่งนี้เป็นทักษะที่สำคัญมากที่สุดเมื่อเวลาผ่านไป

การเอาตัวรอดในโลกความเป็นจริง เขาแนะนำให้มองเห็นคุณค่าของ 3 สิ่งต่อไปนี้ 

1.เหนือกว่าผลตอบแทนจำนวนมาก ก็คือต้องการเป็นคนที่ฆ่าไม่ตายทางการเงิน ยืนระยะได้นานพอที่การทบต้นจะทำงานได้อย่างน่าอัศจรรย์ 

2.แผนที่สำคัญที่สุดของทุกแผนก็คือ “การวางแผนว่าจะไม่เป็นไปตามแผน” ไม่ว่าแผนประเภทไหน จะมีเพียงไม่กี่แผนเท่านั้นที่จะเหลือรอดจากการเผชิญหน้ากับโลกที่ผันผวน 

แนะนำให้มีพื้นที่สำหรับความผิดพลาด ยืดหยุ่น วางกำหนดเวลาแบบหลวม ๆ ให้เราได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับผลลัพธ์ที่ผันแปรได้ในกรอบที่วางเอาไว้

3.มองโลกในแง่ดีเรื่องอนาคต แต่วิตกกังวลกับสิ่งที่จะขัดขวางไม่ให้คุณไปถึงอนาคตนั้นสำคัญ-วิธีการทำงานของหลายสิ่งในชีวิต คือสามารถดีขึ้นได้ในระยะยาว ในขณะที่ต้องประสบกับปัญหาร้อยแปดในระยะสั้น 

เศรษฐกิจ ตลาดหุ้น และอาชีพก็มักจะเป็นไปตามเส้นทางนี้ มันเติบโตท่ามกลางความสูญเสีย โดยสรุปคือ วางแผนเอาไว้ 

รับรู้ไว้ว่า “จะไม่เป็นไปตามแผน” และอยู่รอดให้ได้ในระยะยาวครับ

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚