เอกนิติ เผยเสนอเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้า ครม. พรุ่งนี้ (14 ก.ค.)
เอกนิติ เผยเสนอเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้า ครม. พรุ่งนี้ (14 ก.ค.) ตั้งธงโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานสู่สะอาด ช่วยขนส่งสาธารณะเป็นสำคัญ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันพรุ่งนี้ (14 ก.ค.) กระทรวงการคลังจะนำเรื่องเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เสนอให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบ ซึ่งจะไม่มีการนำเกณฑ์คุณสมบัติกรณีบิดามารดาของผู้มีเงินได้ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา และเกณฑ์คุณสมบัติวงเงินสินเชื่อรวม 1 แสนบาท ในภาคการเกษตรมาใช้
ทั้งนี้จะนำรายชื่อกลุ่มตกหล่นที่กระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่สำรวจ จำนวน 5.4 ล้านคน เสนอให้ ครม.พิจารณาด้วย
สำหรับเรื่องโครงการเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่จะใช้เงินจากพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาทนั้น จะเป็นไปเพื่อลดการพึ่งพาพลังงานน้ำมันที่ไทยต้องนำเข้าจากตะวันออกกลาง เปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดและโซลาร์ รวมทั้งภาคการขนส่งที่จะสนับสนุนรถไฟฟ้าและรถไบโอดีเซล โดยจะเน้นการเปลี่ยนผ่านในภาคการขนส่งสาธารณะเป็นสำคัญ
“เราจะพยายามทำโครงการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในภาคการขนส่งเป็นความสำคัญลำดับแรก เนื่องจากเรานำเข้าน้ำมันเยอะมาก ทั้งดีเซลและฟอสซิล โดยกรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการ ทั้งนี้จะรับข้อสังเกตจากประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ โดยจะพิจารณาว่าจะให้ทั้งสินเชื่อและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และจะพิจารณาเรื่องรถกระบะ รถบัส และรถรับจ้างด้วย” นายเอกนิติกล่าวและว่า สำหรับการขนส่งภาคประชาชนยังมีมาตรการ EV3.5 ช่วยเหลืออยู่ รวมทั้งจะให้กรมสรรพสามิตไปพิจารณาร่วมด้วย
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังกำลังหารือเรื่องวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งจะช่วยเหลือประชาชน ลดค่าไฟ ส่งเสริมพลังงานสะอาด โดยให้ทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยพูดคุยกับการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย รวมทั้งธนาคารออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์ก็เริ่มออกมาตรการดอกเบี้ยสินเชื่อต่ำแล้ว “แต่เราจะพิจารณาว่าจะใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ ช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้ไม่มากเพิ่มเติมได้อย่างไรบ้าง”
ทั้งนี้ คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงินฯ จะแบ่งเป็น 2 ชุด เพื่อกลั่นกรองการใช้เงินกู้เพื่อทำโครงการเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในส่วน 2 แสนล้านบาท และจะประสานงานกับตัวแทนภาคเอกชน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเป็นประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด อย่างไรก็ตามจะต้องรอให้หน่วยงานต่าง ๆ เสนอโครงการเข้ามา
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ภายใต้พ.ร.ก.กู้เงินฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 จะเสนอให้ครม.พิจารณาเห็นชอบในวันพรุ่งนี้ (14 ก.ค.) ในขณะที่จำนวนผู้ได้รับสิทธิเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ซึ่งจะหารือกันอีกครั้งในวันที่ 16 ก.ค. และประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิในวันที่ 17 ก.ค. ต่อไป
สำหรับเรื่องการใช้เงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดนั้น กระทรวงการคลังวางหลักเกณฑ์การพิจารณาโครงการคือต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพ.ร.ก.กู้เงินฯ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความช้าหรือเร็วในการยื่นเสนอโครงการ แต่ต้องถูกต้องตามวัตถุประสงค์เป็นสำคัญ
“ขณะนี้ยังไม่มีโครงการในส่วนที่ 2 เสนอมา ซึ่งหน่วยงานต่างๆ กำลังดำเนินการอยู่ โดยจะเน้นการเปลี่ยนผ่านพลังงานในภาคการขนส่งสาธารณะเป็นความสำคัญอันดับแรก ซึ่งจะเปลี่ยนผ่านทั้งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถตุ๊กตุ๊ก รถแท็กซี่ รถเมล์ รถบรรทุก และรถบัสวิ่งระหว่างจังหวัด เป็นรถประเภทไฟฟ้า โดยตั้งใจจะเปลี่ยนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มแรก ขณะนี้กรมการขนส่งทางบกก็กำลังทำการบ้านเพื่อเสนอโครงการขอใช้เงินกู้ ทั้งนี้จะต้องรอรายละเอียดต่อไป อย่างไรก็ตามแต่ละประเภทรถจะมีการช่วยเหลือที่ต่างกัน เช่น สินเชื่อ เงินดาวน์ หรือเงินอุดหนุน” นายลวรณ กล่าว
นายลวรณ กล่าวว่า โครงการเพื่อเปลี่ยนผ่านรถขนส่งสาธารณะนี้จะไม่มีการล็อกสเปกแน่นอน และจะดำเนินการอย่างโปร่งใส ให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน โดยที่สำคัญจะต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์พ.ร.ก.กู้เงินฯ
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการกลั่นกรองฯ จะประชุมกันอีกครั้งในสัปดาห์นี้

