สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
หากพูดถึง “บัตรเครดิตหรู” ภาพจำของหลายคนอาจเป็นบัตรโลหะสีดำ บัตรที่ต้องได้รับคำเชิญเท่านั้น หรือบัตรที่มาพร้อมสิทธิพิเศษเหนือระดับ ตั้งแต่เลานจ์สนามบิน โรงแรมหรู ร้านอาหารชั้นนำ ไปจนถึงบริการทางการเงินแบบเอ็กซ์คลูซีฟ
แต่ในความเป็นจริง บัตรเครดิตระดับบนไม่ได้มีเพียงระดับเดียว และคำว่า “หรู” ในโลกของบัตรเครดิตก็มีหลายขั้น ตั้งแต่บัตรที่ใช้เกณฑ์รายได้ขั้นต่ำหลักใกล้ครึ่งแสนบาท ไปจนถึงบัตรสำหรับลูกค้า Wealth ที่ต้องมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) หลักสิบล้านบาท และบางใบอาจสูงถึงหลักร้อยล้านบาท
ขณะที่การแข่งขันของผู้ให้บริการบัตรเครดิตและเครือข่ายชำระเงินระดับโลก กำลังขยับไปไกลกว่าการมอบวงเงินหรือคะแนนสะสม แต่หันมาแข่งขันกันด้วย “ประสบการณ์” และสถานะของผู้ถือบัตร ตั้งแต่สิทธิพิเศษด้านการเดินทาง ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงบริการเฉพาะบุคคล
“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนสำรวจโลกของ “บัตรเครดิตหรู” ตั้งแต่ระดับของบัตร เกณฑ์รายได้และ AUM ที่ต้องมี ไปจนถึงการแข่งขันของบัตรระดับ Ultra-Exclusive ที่เปิดให้บริการแบบ Invitation Only ว่า หากอยากมีบัตรที่ดูแพงและมาพร้อมสิทธิพิเศษเหนือระดับ ต้องรวยเบอร์ไหน?
‘บัตรเครดิตหรู’ ส่วนใหญ่อยู่ระดับไหน ?
หากเราสำรวจดูบัตรเครดิตในท้องตลาดปัจจุบัน กลุ่มบัตรเครดิตระดับหรู จนถึงบัตรเครดิตสำหรับผู้ใช้งานที่เป็นกลุ่มมั่งคั่ง กลุ่มลูกค้า Privilege Banking ของธนาคารต่าง ๆ ระดับของบัตรส่วนใหญ่ จะเป็นกลุ่ม Visa Infinite หรือ World Elite Mastercard ซึ่งบางใบต้องมีมูลค่าทรัพย์สิน (AUM) กับธนาคารสูงระดับสิบล้านบาทเป็นอย่างน้อย
หากเป็นระดับหรูที่สิทธิพิเศษลดลงมาหน่อย จะเป็นกลุ่มบัตรประเภท Visa Signature หรือ World Mastercard หรือ AMEX Platinum รวมถึงบัตรของเครือข่ายใหญ่ระดับเอเชียอย่าง JCB Ultimate และ UnionPay Diamond ซึ่งส่วนใหญ่ในตลาด ใช้เกณฑ์รายได้ในการสมัครใช้งาน
ทั้งนี้ บัตรที่เป็นระดับสูงสุดของแต่ละผู้ให้บริการในปัจจุบัน เป็นดังนี้
- Visa – Visa Infinite
- Mastercard – World Legend
- JCB – Ultimate
- UnionPay – Diamond
อย่างไรก็ตาม บัตรเครดิตที่เป็นระดับหรู และบัตรเครดิตกลุ่ม Privilege Banking จะเน้นการให้สิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่เหนือระดับกว่า ไม่ว่าจะเป็น การให้คะแนนสะสมในอัตราพิเศษ เลาจน์สนามบินทั่วโลก สิทธิพิเศษด้านการท่องเที่ยวและที่พัก อัพเกรดสมาชิกที่พัก จนถึงสิทธิพิเศษด้านบริการทางการเงิน
อยากมีบัตรเครดิตหรู ต้องรวยเบอร์ไหน ?
จากการรวบรวมข้อมูลของบรรดาธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ ที่ให้บริการ Privilege Banking พบว่า บัตร UOB Reserve เป็นบัตรที่กำหนดเงื่อนไข AUM สูงที่สุดในกลุ่มบัตรหรู โดยกำหนดเงื่อนไข AUM ขั้นต่ำที่ 200 ล้านบาท หรือมีการใช้จ่ายขั้นต่ำ 20 ล้านบาทต่อปี (ทั้งนี้ บัตรดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อทดแทนบัตร Citi Ultima Metal)
รองลงมา คือ กลุ่ม The Wisdom ของธนาคารกสิกรไทย ที่หากมี AUM ขั้นต่ำ 150 ล้านบาท จะได้ระดับ THE WISDOM Private Banking Infinite พร้อมกับบัตรวัสดุโลหะ Metal Lux (กรณี THE WISDOM Private Banking Infinite แบบบัตรทั่วไป ต้องมี AUM ขั้นต่ำ 50 ล้านบาท)
ตามมาด้วยบัตรเครดิต Pinnacle ของธนาคารกรุงเทพ กำหนด AUM ขั้นต่ำที่ 100 ล้านบาท
ส่วนธนาคารอื่น ๆ กำหนดเงื่อนไข AUM แตกต่างกัน ตั้งแต่ขั้นต่ำ 30-50 ล้านบาท และธนาคารส่วนใหญ่จะให้บัตรเครดิตหรูในระดับ Visa Infinite
ขณะที่กลุ่มลูกค้า Wealth ที่ AUM ต่ำกว่า 30-50 ล้านบาท ธนาคารส่วนใหญ่จะให้บัตรเครดิต Visa Signature โดยช่วงของ AUM ขั้นต่ำที่ธนาคารต่าง ๆ กำหนด จะอยู่ที่ 2-10 ล้านบาท โดยธนาคารที่กำหนด AUM ขั้นต่ำน้อยที่สุด คือ Krungthai Iconic ของธนาคารกรุงไทย และ The Premiere ของธนาคารกสิกรไทยกำหนด AUM ขั้นต่ำที่ 2 ล้านบาทเท่านั้น
นอกจากบัตรเครดิตของกลุ่มลูกค้า Wealth หรือ Privilege Banking ที่ต้องใช้เกณฑ์ AUM ในการสมัครแล้ว บัตรเครดิตในท้องตลาดที่เป็นบัตรระดับสูงรองลงมา เช่น Visa Signature, World Mastercard, JCB Ultimate, UnionPay Diamond จะใช้เกณฑ์รายได้ในการสมัคร โดยรายได้ขั้นต่ำส่วนใหญ่ จะอยู่ที่ 50,000-70,000 บาท
ยังไม่รวมถึงบัตรเครดิตหรูของกลุ่ม American Express ซึ่งมีทั้งแบบบัตรเครดิต และบัตรชาร์จ (Charge Card) ซึ่งไม่มีการจำกัดวงเงินล่วงหน้าแบบตายตัว แต่ต้องชำระยอดรูดทั้งหมดภายในกำหนด โดยระบุเกณฑ์รายได้ไว้ที่ 360,000 บาท ถึง 1,200,000 บาทต่อปี (คิดเป็นต่อเดือนที่ประมาณ 30,000 ถึง 100,000 บาทต่อเดือน)
สำรวจบัตรเครดิตหรู ในต่างประเทศ
สำหรับบัตรเครดิตกลุ่ม Privilege Banking ในต่างประเทศ จากข้อมูลส่วนใหญ่ของบัตรกลุ่ม Ultra-Exclusive ไม่ได้มีการระบุชัดเจนถึงมูลค่า AUM ที่ต้องมี แต่สิ่งที่ระบุตรงกัน คือ ต้องได้รับการเชิญจากธนาคารเท่านั้น (Invitation Only)
ไม่ว่าจะเป็น HSBC PRIVÉ ซึ่งเป็นบัตร World Legend Mastercard ใบแรกในเอเชียแปซิฟิก บัตร American Express Centurion หรือบัตร J.P. Morgan Reserve Card โดยจุดร่วมส่วนใหญ่ของบัตรกลุ่มที่ยกตัวอย่างนี้ คือ ตัวบัตรใช้วัสดุโลหะพรีเมี่ยม พร้อมเลเซอร์ชื่อบนบัตร จนถึงการให้สิทธิพิเศษระดับพรีเมี่ยมทั้งทางการเงิน และไลฟ์สไตล์
บัตรเครดิตหรู เปลี่ยนเกม เน้นมอบประสบการณ์
การแข่งขันของกลุ่มบัตรเครดิตหรู กำลังหันทิศทางไปเน้นการนำเสนอประสบการณ์ของผู้ถือบัตรที่เหนือระดับมากขึ้น โดยเฉพาะสิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่ให้ความรู้สึกเหนือระดับแก่ผู้ใช้บัตร ตั้งแต่อาหาร การดูแลสุขภาพ และไลฟ์สไตล์
ขณะเดียวกัน เครือข่ายบัตรระดับโลกอย่าง Visa และ Mastercard เริ่มแบ่งกลุ่มบัตรระดับสูง เพื่อมอบสิทธิพิเศษที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่มผู้ถือบัตร
เริ่มจาก Mastercard ที่มีบัตรระดับสูง กลุ่ม World มีการขยายจาก World, World Elite โดยเพิ่มกลุ่ม World Legend เข้ามาเป็นระดับสูงสุดของกลุ่ม จับลูกค้ากลุ่ม High Net Worth โดยในเอเชียแปซิฟิก ธนาคารแรกที่เริ่มนำร่องเปิดตัวคือ HSBC ฮ่องกง (ในชื่อ HSBC PRIVÉ World Legend) ให้บริการสำหรับลูกค้าที่ได้รับการเรียนเชิญเท่านั้น (Invitation Only)
ขณะที่ Visa สู้ในสนามบัตรเครดิตระดับสูง ด้วยการขยาย Visa Infinite เป็น 3 ระดับบัตร คือ Visa Infinite (บัตรหลักของกลุ่มผลิตภัณฑ์), Visa Infinite Privilege และ Visa Infinite Private ซึ่งเป็นบัตรที่เปิดให้บริการเฉพาะผู้ได้รับเชิญเท่านั้น (Invitation-only) ออกแบบสำหรับกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสุทธิสูงเป็นพิเศษ

