ก.ล.ต. ใช้กฎหมายจัดการ ‘สแกมเมอร์-ฟอกเงิน’ เร่งไล่เส้นทางผู้เกี่ยวข้อง ย้ำไม่เลือกปฏิบัติ

ก.ล.ต. ใช้กฎหมายจัดการ ‘สแกมเมอร์-ฟอกเงิน’ เร่งไล่เส้นทางผู้เกี่ยวข้อง ย้ำไม่เลือกปฏิบัติ
ภาพประกอบข่าว

ก.ล.ต. แจงปมบังคับใช้กฎหมายเครือข่ายสแกมเมอร์-ฟอกเงิน ระบุส่วนที่หลักฐานครบเดินหน้าดำเนินการแล้ว พร้อมเร่งประสานต่างประเทศ ย้ำไม่เลือกปฏิบัติ หากพบความผิดดำเนินการถึงที่สุด

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีประเด็นสาธารณะเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายของ ก.ล.ต. ต่อเครือข่ายสแกมเมอร์และการฟอกเงินว่า ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการป้องกันและบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน รวมถึงป้องกันไม่ให้ตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลถูกใช้เป็นช่องทางในการทุจริตทางการเงิน อาชญากรรมทางไซเบอร์ และการฟอกเงิน

เอนก อยู่ยืน

สำหรับแนวทางการดำเนินงาน หากประเด็นใดสามารถบังคับใช้กฎหมายได้ก่อนโดยไม่กระทบต่อรูปคดีส่วนที่เหลือ ก.ล.ต. จะแยกออกมาดำเนินการทันที โดยที่ผ่านมาได้ทำงานร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การยึดและอายัดทรัพย์สินในหลายกรณี

ทั้งนี้ เมื่อพบเส้นทางเงินที่เชื่อมโยงกับความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน สามารถดำเนินการจากธุรกรรมที่ปรากฏได้ทันที

อย่างไรก็ตาม ความผิดตามกฎหมายหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการรายงานการถือครองหลักทรัพย์และการเข้าครอบงำกิจการ มีองค์ประกอบที่ต้องพิสูจน์หลายขั้นตอน ทั้งการตรวจสอบผู้ถือครองที่แท้จริงและช่วงเวลาที่เกิดการกระทำผิด

นอกจากนี้ ความผิดบางฐาน หากเร่งดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องเพียงบางรายจนเสร็จสิ้น อาจกระทบต่อการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องรายอื่นได้ ดังนั้น การที่สาธารณชนยังไม่เห็นรายละเอียดของการดำเนินการ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีการดำเนินการ แต่เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความรอบคอบ เพื่อรักษาโอกาสในการดำเนินการกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังให้ครบถ้วน

ขณะที่ส่วนใดมีพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว ก.ล.ต. ระบุว่าได้เร่งดำเนินการบังคับใช้กฎหมายไปก่อนแล้ว

ก.ล.ต. ยังอยู่ระหว่างเร่งติดตามและขอข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลในต่างประเทศ ผ่านช่องทางความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการในทุกฐานความผิดที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน

นายเอนกย้ำว่า ก.ล.ต. และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายกำลังดำเนินการอย่างเต็มกำลัง โดยจะบังคับใช้กฎหมายตามพยานหลักฐานโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องจะเคยดำรงตำแหน่งใดมาก่อน หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚