ธนาคารกรุงเทพ มั่นใจสินเชื่อปีนี้โตตามเป้า 2-3% แรงหนุนธุรกิจใหญ่

ธนาคารกรุงเทพ มั่นใจสินเชื่อปีนี้โตตามเป้า 2-3% แรงหนุนธุรกิจใหญ่
ภาพประกอบข่าว

“ชาติศิริ” ซีอีโอธนาคารกรุงเทพ ประเมินไตรมาส 4 ธุรกิจยังขยายตัว ประเมินสินเชื่อทั้งปีโตตามเป้าหมาย 2-3% แรงหนุนจากธุรกิจรายใหญ่ ส่วนกลุ่มธุรกิจรายเล็ก ธนาคารเข้าไปประคองให้ธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง ชี้โอกาสการลงทุนจากอุตสาหกรรมใหม่ช่วยหนุนเศรษฐกิจไทยระยะยาว

นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวในงานสัมมนา ‘‘The Future of Water: AI, Weather Resilience, and Frontier Technologies for Water Security” จัดโดย ธนาคารกรุงเทพ ว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสสามที่ผ่านมา ซึ่งการปรับลดลงของกำไรเป็นไปตามสภาวะตลาดและการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งธนาคารต้องการช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวและช่วยประคองผู้ประกอบการ

ขณะที่ภาพรวมการดำเนินงานช่วงไตรมาสที่ 4 โดยแม้จะมีผลกระทบเมื่อเปรียบเทียบแบบปีต่อปีอยู่บ้าง แต่ในภาพรวมสถานการณ์จะเริ่มเข้าสู่ภาวะทรงตัว ทั้งนี้ ผลประกอบการรวมทั้งปียังอยู่ในกรอบประมาณการ โดยธนาคารยังคงขยายสินเชื่อเพื่อซัพพอร์ตลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

สำหรับภาพรวมการขยายตัวของสินเชื่อ โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี ขยายตัวได้แล้ว 3.24% มาจากการให้การสนับสนุนลูกค้าและส่งเสริมลูกค้าเข้าไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนที่มีศักยภาพขยายตัว โดยธนาคารประเมินภาพรวมสินเชื่อรวมสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 2-3% เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งได้แรงหนุนจากกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ ซึ่งมีการขยายตัวและขอสินเชื่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ส่วนกลุ่มรายกลางเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวและขยายตัวได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังต้องใช้เวลา ส่วนรายย่อยยังคงต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว ซึ่งธนาคารเร่งหาแนวทางซัพพอร์ตให้ธุรกิจประคองตัวและขยายตัวต่อไปได้

“กลุ่มที่น่าห่วงสำหรับธนาคารจะเป็นลูกค้าขนาดเล็ก โดยต้องดูแลธุรกิจของผู้ประกอบการเพื่อให้สามารถขยายตัวและทรงตัวให้ได้ ที่ต้องพยายามช่วยหาวิธีการต่าง ๆ ในการทำธุรกิจ”

นายชาติศิริกล่าวต่อว่า ยอดการขอรับส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับที่ทำสถิติสูงสุด โดยการลงทุนเหล่านี้ต้องใช้เวลาในการวางแผนและการดำเนินงาน โดยคาดว่าจะเห็นผลชัดเจนในการยกระดับและปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในอีก 1 ถึง 3 ปีข้างหน้า

สำหรับอุตสาหกรรมดาวรุ่งที่เข้ามาลงทุนทั้งในไทยและผ่านพอร์ตของธนาคาร ได้แก่ ดาต้า เซ็นเตอร์ (Data Center) พลังงาน ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีขั้นสูง (Hi-Technology)

ทางด้านการบริหารความเสี่ยง โดยธนาคารได้มีการสำรองพร้อมรับความเสี่ยง โดยเอ็นพีแอลมีการเคลื่อนไหวแบบเพิ่มขึ้นและลดลงบ้าง แต่ภาพรวมยังคงทรงตัวและอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ซึ่งธนาคารตั้งสำรองไว้ในระดับที่เพียงพอตามประมาณการ เพื่อรองรับความเสี่ยงและความท้าทายในอนาคต รวมถึงความผันผวนของโลก ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม ภัยแล้ง และเกณฑ์ ESG ตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทย ส่วนพอร์ตลูกค้ารายใหญ่ อาทิ การบินไทย ไม่มีปัญหาและยังมีสถานะที่ดี

ขณะที่ความท้าทายของธุรกิจแบงก์ ตั้งแต่ไตรมาส 4 จนถึงข้างหน้า นายชาติศิริกล่าวเพิ่มเติมว่า ธนาคารต้องคอยติดตามดูสถานการณ์ของโลกว่าเป็นอย่างไร โดยหลาย ๆ ปัจจัย ทางการก็เตรียมอย่างดี ทั้งเสถียรภาพทางด้านการเงินของระบบเศรษฐกิจประเทศไทย เงินสำรองต่าง ๆ ก็อยู่ในสภาพที่ดีและแข็งแรง นโยบายการเงินและนโยบายการคลังมีความเหมาะสม ส่วนแผนธุรกิจในปี 2570 อยู่ในช่วงที่เรากำลังรวบรวมแผนแต่ประเมินว่าการเติบโตจะใกล้เคียงกับปีนี้

อย่างไรก็ตาม นโยบายการเงินและการคลังของภาครัฐ กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย มีความเหมาะสมและช่วยรักษาเสถียรภาพทางการเงินของไทยให้อยู่ในเกณฑ์แข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยของไทยที่อยู่ในระดับต่ำถือเป็นประโยชน์สำคัญต่อการเพิ่มศักยภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

“การลงทุนต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศ ก็จะสะท้อนลงไปในตัว GDP ซึ่งในภาพรวมรัฐบาลทำได้ดีมากอยู่แล้ว”

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚