ไทยช่วยไทยพลัส ลงทะเบียนวันแรกพุ่ง 7 แสนรายต่อวินาที คงเหลือสิทธิ 7.36 ล้าน
คลังชี้สถิติใหม่ “ไทยช่วยไทยพลัส” คนแห่ลงทะเบียนวันแรกพุ่ง 7 แสนรายต่อวินาที คงเหลือสิทธิ 7.36 ล้าน ตรวจเข้มร้านค้าลงทะเบียน หลังตรวจพบมีการโกง
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน ในส่วน 60/40 นั้น ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี ตั้งแต่การลงทะเบียนวันแรก (25 พ.ค.) เวลา 06.00 น.
โดยในครึ่งชั่วโมงแรกมีผู้ลงทะเบียน 10 ล้านคน และได้สร้างสถิติใหม่ในช่วง 06.15 น. มีการลงทะเบียนสูงสุดถึง 7 แสนรายต่อวินาที โดย ณ เวลา 12.00 น. มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 22,631,987 คน และมีสิทธิคงเหลืออยู่ที่ 7,368,013 คน
นายวินิจกล่าวว่า ในการลงทะเบียนมีผู้ที่มีปัญหาในการลงทะเบียนอยู่บ้าง เช่น เปลี่ยนโทรศัพท์ ลบแอปพลิเคชั่นเป๋าตังออก จำรหัสไม่ได้ หรือเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ จะต้องมายืนยันตัวตนที่ธนาคาร ทั้งนี้ ระบบจะใช้เวลาตรวจสอบภายใน 3 วัน โดยผู้ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิจะถือว่าได้รับการกันสิทธิไว้แล้ว ทั้งนี้ คาดว่าจำนวนสิทธิ 30 ล้านสิทธิจะเพียงพอต่อการช่วยเหลือบรรเทาค่าครองชีพประชาชน
ทั้งนี้ นายวินิจเปิดเผยว่า ในส่วนของร้านค้าที่ลงทะเบียน ขณะนี้มีร้านค้าที่ยืนยันร่วมโครงการแล้วราว 9.77 แสนร้าน โดยพยายามเชิญชวนให้ร้านค้ามาลงทะเบียน เนื่องจากโครงการในครั้งนี้เป็นไปเพื่อช่วยเหลือบรรเทาค่าครองชีพประชาชน ช่วยเหลือให้คนมีกำลังซื้อ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการร้านค้าด้วย
อย่างไรก็ตาม ระบบจะตรวจสอบการลงทะเบียนของร้านค้าใหม่ต้องรอไม่เกิน 3 วัน เพื่อตรวจสอบร้านค้า เนื่องจากพบว่าในโครงการคนละครึ่งครั้งก่อน มีร้านค้าที่ทุจริต โดยตรวจผ่านฐานข้อมูลที่พบว่าพื้นที่การขายเปลี่ยนไปในเวลาอันสั้น ซึ่งไม่สามารถเป็นไปได้ และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างดำเนินคดีกว่า 300 ราย “รอบนี้ก็มีการตรวจสอบร้านค้าอย่างละเอียด เนื่องจากเป็นปัญหาของคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องเดือดร้อน”
นอกจากนี้ โครงการในครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือกับแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรี่ทุกแพลตฟอร์ม โดยระบบจะผูกกับแพลตฟอร์มในวันที่ 10 มิ.ย. และเริ่มใช้ได้ในวันที่ 15 มิ.ย. ทั้งนี้พยายามจะให้ร้านค้า 1 ร้านผูกกับแพลตฟอร์ม 1 แพลตฟอร์มเท่านั้น รวมทั้งนำเอไอชื่อ “นกกระซิบ” มาช่วยในการทำบัญชีและคำนวณราคาสินค้า
นายวินิจกล่าวว่า ร้านค้าไม่ต้องกังวลเรื่องเสียภาษีย้อนหลัง เพราะกำไรของร้านขนาดเล็กอาจไม่อยู่ในเกณฑ์เสียภาษีอยู่แล้ว รวมทั้งผู้ที่ได้สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส และผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรคนจน ยังไม่สามารถใช้สิทธิร้านค้าข้ามโครงการได้
ทั้งนี้ นายวินิจย้ำว่าผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่จำเป็นต้องลงทะเบียน 60/40 เนื่องจากวันที่ 1 มิ.ย. จะได้เงินจาก 300 บาท เป็น 1,000 บาทเลย ทั้งนี้ ยังใช้กับร้านค้าโครงการไทยช่วยไทยพลัสไม่ได้

