เช็กสิทธิบัตรสวัสดิการฯ ปี’69 รายเดิมเริ่มใช้ 1 ส.ค. รายใหม่ 1 ต.ค. นี้
เช็กสิทธิบัตรสวัสดิการฯ ปี’69 รายเดิมเริ่มใช้ 1 ส.ค. รายใหม่ 1 ต.ค. นี้ พร้อมเปิดวิธีใช้สิทธิ – 2 ช่องทางยืนยันตัวตน e-KYC
นายธนะโชค รุ่งธิปานนท์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ซึ่งได้ประกาศผลผู้ผ่านคุณสมบัติโครงการฯ ปี 2569 เมื่อวันที่ 17 ก.ค. โดยโครงการฯ ปี 2565 และสิทธิตามโครงการฯ ปี 2565 จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ก.ค. เวลา 22.00 น.
ทั้งนี้ ผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. เวลา 5.00-23.00 น. สำหรับผู้ได้รับสิทธิรายใหม่และผู้ผ่านการทบทวนสิทธิ เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. เวลา 5.00-23.00 น.
ผู้ผ่านคุณสมบัติโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 สามารถใช้สิทธิผ่าน 2 ช่องทาง ดังนี้
- ผู้ผ่านคุณสมบัติที่ลงทะเบียนตามช่องทางที่ใช้สมาร์ทโฟนสามารถใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ในลักษณะกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ (G Wallet) เป็นช่องทางหลัก อย่างไรก็ตาม สามารถชำระค่าสินค้าหรือบริการด้วยวงเงินสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐได้เฉพาะร้านค้าหรือหน่วยงานที่รับชำระผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินเท่านั้น จะไม่สามารถชำระผ่านเครื่อง EDC ของหน่วยงานได้
- ผู้ผ่านคุณสมบัติที่ไม่มีสมาร์ทโฟนยังคงสามารถใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชนได้ โดยวิธีการใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชน ต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งกดรหัสคู่บัตร (PIN Code) ตามที่ผู้มีสิทธิระบุไว้ในขั้นตอนการยืนยันตัวตน (e-KYC) กับธนาคาร โดยร้านค้าหรือหน่วยงานจะต้องให้ผู้มีสิทธิเป็นผู้กดรหัสด้วยตนเอง และสแกนใบหน้าผู้มีสิทธิ เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ อย่างไรก็ตาม สามารถชำระค่าสินค้าหรือบริการด้วยวงเงินสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐทุกประเภทผ่านแอปพลิเคชันถุงเงิน หรือเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) ของร้านค้าหรือหน่วยงานได้
วิธีการยืนยันตัวตน (e-KYC) ก่อนการใช้สิทธิ ดังนี้
- ผู้มีสิทธิรายเดิมที่ผ่านคุณสมบัติโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ไม่ต้องทำการยืนยันตัวตน (e-KYC)
- ผู้มีสิทธิรายใหม่และผู้ผ่านการทบทวนสิทธิ จะต้อง e-KYC ทุกราย ภายใน 180 วัน ผ่าน 2 ช่องทาง คือ 1. แอปพลิเคชันเป๋าตัง และ 2. หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง ได้แก่ บมจ. ธนาคารกรุงไทย ระหว่างวันที่ 17 ก.ค. 69 – 12 ม.ค. 70 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ระหว่างวันที่ 17 ก.ค. – 14 ต.ค. 69 ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิที่ต้องการมอบอำนาจการ e-KYC และการใช้สิทธิต้องทำการ e-KYC ที่หน่วยรับลงทะเบียนเท่านั้น ทั้งรายเดิม รายใหม่ และผู้ผ่านการทบทวนสิทธิ
สำหรับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ที่จะได้รับทุกวันที่ 1 ของเดือน โดยไม่มีการสะสมวงเงินไปในเดือนถัดไป มีรายละเอียด ดังนี้
- วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น จำนวน 300 บาท/คน/เดือน
- วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม จำนวน 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน
- วงเงินรวมค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ จำนวน 750 บาท/คน/เดือน
- มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า จำนวน 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน
- มาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำประปา สนับสนุนค่าน้ำประปาวงเงิน 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน
- เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ เฉพาะคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและผ่านคุณสมบัติการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะโอนเงินเพิ่มเบี้ยความพิการ จำนวน 200 บาท ทุกวันที่ 20 ของเดือน หากตรงกับวันหยุด จะโอนให้ในวันทำการก่อนหน้า

