เอกนิติ ชี้หวัง “ลงทุน-ท่องเที่ยว” อุ้มเศรษฐกิจ Q4 หลังหมดมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส”

เอกนิติ ชี้หวัง “ลงทุน-ท่องเที่ยว” อุ้มเศรษฐกิจ Q4 หลังหมดมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส”
ภาพประกอบข่าว

ดร.เอกนิติ ชี้ต้องใช้หลายเครื่องมือดูเศรษฐกิจหลังหมดมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ระบุขยายมาตรการต้องดูจังหวะ-ส่วนตัวไม่อยากกระตุ้นสั้น หวัง “เม็ดเงินลงทุน” ประกอบกับ “ภาคท่องเที่ยว” จากการจัดงานประชุม “IMF-ธนาคารโลก” รวมถึง “GASTECH” ช่วยพยุงเศรษฐกิจ Q4

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การดูแลเศรษฐกิจหลังหมดมาตรการไทยช่วยไทยพลัสในเดือน ก.ย.นั้น ต้องใช้หลาย ๆ เครื่องมือ โดยในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ แม้จะไทยช่วยไทย พลัส หมด แต่จะมีเรื่องการลงทุนที่มากขึ้น

ยกตัวอย่างที่มาจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่จะมีโครงการติดโซล่าร์รูฟท็อป ซึ่งจะมีคนได้รับการจ้างงาน แล้วก็จะมีเรื่องการท่องเที่ยว ที่จะมีเม็ดเงินที่เข้ามาจากต่างประเทศ อย่างการจัดประชุมธนาคารโลก การประชุม Gas Tech ช่วงไตรมาสที่ 4 ก็จะพอพยุงเศรษฐกิจไปได้

“ที่สำคัญที่สุด ผมเชื่อว่า Investment ที่มันเข้ามา มันจะเริ่มช่วยทำให้เกิด Jump Start ถ้าเครื่องยนต์มันติด มันจะเดิน จะหมุนของมันเอง แต่ว่าอันนี้เราต้องทำต่อเนื่อง เพราะฉะนั้น ผมก็เลย ส่วนตัวคิดว่า เราต้องไม่ไปติดกับยากระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น หรือเยียวยาระยะสั้น ผมว่า มันต้องดูจังหวะ”

ส่วนจะขยายไทยช่วยไทย พลัสต่ออีกหรือไม่ ก็ต้องดูสถานการณ์อีกที เพราะทุกอย่างไม่ใช่เงินฟรี ทุกอย่างมีต้นทุน จึงต้องคิดให้รอบคอบ โดยวันนี้ดูตัวเลขเงินเฟ้อเริ่มลงแล้ว ก็อาจจะไม่จำเป็น

“พูดตรง ๆ มันไม่ใช่เงินผม มันไม่ใช่เงินใคร มันเงินของคนไทยทุกคน แต่วันนี้เรามาช่วย ถึงเรียกว่า ไทยช่วยไทย ผมถึงให้เฉพาะคนข้างล่าง แล้วให้กระจายไปให้ทั่ว อันนี้ก็คือเป็นสิ่งที่เราคิดหลักนี้ ซึ่งในฐานะที่ผมเป็นคนทำ พูดตรง ๆ ว่า ผมยังไม่ได้คิดว่าจะทำต่อ แต่ก็ไม่รู้จริง ๆ ถ้าวิกฤตมันมาอีก ก็จะอาจจะจำเป็น ผมถึงใช้คำว่า ต้องรอดูสถานการณ์ ผมไม่ได้ตอบแบบนักการเมืองนะ แต่ผม ดูตัวเลขเศรษฐกิจจริง ๆ”

สำหรับการจัดงานประชุมธนาคารโลก สิ่งที่ประเทศไทยจะได้นั้น ดร.เอกนิติ กล่าวว่า ที่ได้แน่ ๆ คือ ประเทศไทย จะกลับไปอยู่ใน Spotlight ของโลก เนื่องจากจะมีนักลงทุนทั่วโลกมาร่วมประมาณ 20,000 คน ทั้งระดับผู้นำด้านการคลัง แบงก์ชาติของทั้งโลก และ สิ่งที่จะได้แน่ ๆ ก็คือว่า ความเชื่อมั่นในประเทศไทย

“เราจะเซ็ต Agenda ในเวทีโลก อย่างวันนี้ หัวเรื่องที่ใช้ เราพูดถึง Entering New Horizons เข้าสู่ขอบฟ้าใหม่ ที่ทั่วโลกจะต้องเจอ ประเทศไทยก็เจอ แล้วก็ Empowering People ช่วยทำให้คนไทย เก่งขึ้น อย่างไร ตัวอย่าง นกกระซิบ ที่ให้ ร้านค้ารายย่อยมาใช้ ก็จะถูกนำไปโชว์เคส อีกเรื่องคือ Building Resilience ซึ่งต้องบอกว่า โลกมีความผันผวนเยอะมาก ทำอย่างไรให้คนมีความยืดหยุ่น ธุรกิจมีความยืดหยุ่นกับภัยพิบัติต่าง ๆ”

นอกจากนี้ สิ่งที่ประเทศไทยจะพยายามนำเสนอในงาน คือจะนำสินค้าไทย ทั้งศิลปวัฒนธรรมไทย จากทั่วประเทศไปนำเสนอในเวที

“แล้วผมคิดว่าจะได้อีก ก็คือ หวังว่าจะเจอ Business Matching ของนักลงทุน ทั้งเอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง ที่จะมีเวที จะมีสัมมนาเกิดขึ้นเต็มไปหมด เขาจะได้เจอกับนักลงทุนของไทย ก็จะเป็นโอกาสที่เราสามารถที่จะส่งเสริมการลงทุนระหว่างประเทศ แล้วทำให้คนไทยได้มีโอกาสนั้นด้วย มันไม่ใช่แค่สินค้า แต่มันคือบริการของไทยด้วย นอกเหนือจากการท่องเที่ยว”

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚