สงครามทุบเศรษฐกิจไตรมาส 2 Q3 จับตา ‘ค่าครองชีพ-ต้นทุนธุรกิจ’ พุ่ง

สงครามทุบเศรษฐกิจไตรมาส 2 Q3 จับตา ‘ค่าครองชีพ-ต้นทุนธุรกิจ’ พุ่ง
ภาพประกอบข่าว

ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นหน่วยงานแรก ๆ ที่ออกมาปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ว่าจะเติบโตได้ 2.3% หลังจากผลกระทบจากสงครามไม่รุนแรงอย่างที่คาดไว้เดิม อย่างไรก็ดี ไตรมาส 2 เป็นไตรมาสที่ได้รับผลกระทบจากสงครามหนักที่สุด

ล่าสุด ในการแถลงรายงานภาวะเศรษฐกิจ “ชญาวดี ชัยอนันต์” ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษก ธปท. เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยเดือน มิ.ย. 2569 ภาพรวมทรงตัว ขณะที่ไตรมาสที่ 2 ชัดเจนว่าชะลอลงจากไตรมาสแรก จากปัจจัยสงครามตะวันออกกลางที่เข้ามากระทบ โดยราคาพลังงานสูงขึ้นและมีข้อจำกัดด้านการเดินทางของนักท่องเที่ยว

“เศรษฐกิจไตรมาส 2 ที่ชะลอสะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับลดลงมากจากกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป รวมถึงกลุ่มตลาดระยะใกล้ตามอุปสงค์และการปรับลดเที่ยวบินของสายการบินตามต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการโดยเฉพาะสาขาโรงแรมและร้านอาหารปรับลดลง”

ด้านการบริโภคภาคเอกชนปรับลดลงโดยหลักจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจยังได้รับแรงสนับสนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลก รวมทั้งผลของมาตรการรัฐที่ช่วยทอนผลกระทบได้บางส่วน โดยการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนปรับดีขึ้นต่อเนื่องจากสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี สอดคล้องกับวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลกและความต้องการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล (Data Center)

ด้านการนำเข้าเพิ่มขึ้นมากจากหมวดเชื้อเพลิงโดยเฉพาะการนำเข้าน้ำมันดิบเพื่อสำรองใช้ในประเทศ รวมถึงหมวดวัตถุดิบโดยเฉพาะหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า สอดคล้องกับการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น

“ในเดือน มิ.ย. มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 3.2% ดีขึ้นจากหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และปิโตรเลียม โดยทั้งไตรมาสเพิ่มขึ้น 7.4% ขณะที่มูลค่านำเข้าไม่รวมทองคำในเดือน มิ.ย.ลดลงจากหมวดเชื้อเพลิง แต่ภาพรวมไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 21.5% มาจากการนำเข้าน้ำมันดิบ ที่นอกจากเอามาใช้แล้วยังมีการสำรองน้ำมันในประเทศด้วย จากผลของสงคราม”

ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมในไตรมาส 2 ปรับลดลงจากการผลิตปิโตรเลียมที่ได้รับผลจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นบางส่วน การผลิตเคมีภัณฑ์ที่ชะลอลงตามอุปสงค์ หลังต้นทุนวัตถุดิบปรับสูงขึ้น ประกอบกับการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ลดลงตามอุปสงค์ต่างประเทศ

มองไปข้างหน้า “ชญาวดี” กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกสินค้ากลุ่มเทคโนโลยียังขยายตัวต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว จากสงครามที่ยังไม่แน่นอน

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3 “ชญาวดี” กล่าวอีกว่า ธปท. ได้พูดคุยกับกลุ่มธุรกิจ โดยภาคการค้าอาจจะยังขยายตัวดี แต่น่าจะชั่วคราว มาจากแรงหนุนของโครงการไทยช่วยไทย พลัส และ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ช่วยกระตุ้นการซื้อขาย

ขณะที่ส่งออกคาดจะยังขยายตัวตามการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และอาหารสัตว์เลี้ยง ส่วนธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวคาดจะหดตัวตามการลดลงของนักท่องเที่ยว และการระมัดระวังการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่มีมากขึ้น ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างยังทรงตัว

“ไตรมาส 3 การเติบโตของเศรษฐกิจก็น่าจะยังคงกระจุกตัว และการบริโภคภาคเอกชน แม้ว่าจะมีแรงสนับสนุนจากภาครัฐ แต่ว่าค่าครองชีพโดยรวมยังอยู่ในระดับสูง และยังต้องติดตามพัฒนาการสงคราม รวมถึงนโยบายการค้าของสหรัฐ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และดูผลกระทบจากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นของครัวเรือน และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจ และพัฒนาการของสถานการณ์เอลนีโญที่น่าจะเร็วและแรงขึ้นกว่าที่เราคาดไว้”

“ชญาวดี” กล่าวด้วยว่า กรณีที่กระทรวงการคลังสหรัฐมีรายงานว่า ไทยอยู่ใน Monitoring List หรือประเทศที่ถูกจับตาใกล้ชิดเกี่ยวกับนโยบายด้านอัตราแลกเปลี่ยนนั้น ซึ่งปัจจุบันไทยยังเข้าเกณฑ์เพียง 1 จากใน 3 เกณฑ์ และน่าจะมีการนำออกจากลิสต์ในรายงานฉบับต่อไป

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚