SET ล้อมคอกสกัด ‘โดนแฮก’ ซ้ำข้อมูลรั่ว 2 แสนราย-หวั่นถูกหลอกกดลิงก์
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอโทษนักลงทุน 2 แสนราย ข้อมูลถูกแฮก-รั่วไหลจากระบบงาน TSD Investor Portal ยันยังไม่พบความเสียหายเชิงธุรกรรม-เป็นตัวเงิน แม้ล่าสุดมีเลขบัญชีแบงก์-หุ้นหลุดด้วย ฟันธงไม่เกี่ยวกับแอปวิเศษ เร่งยกระดับป้องกันเกิดเหตุซ้ำ ดึง AI สแกนโค้ดทั้งหมด พร้อมเยียวยาหากพบมีมูลค่าเสียหายเป็นตัวเงิน ฟาก “ตำรวจไซเบอร์” เตือนผู้เสียหายระวังถูกหลอกซ้ำซ้อนจากวิกฤต เร่งแกะรอยข้ามพรมแดนไล่ล่าคนร้าย
นายอัสสเดช คงศิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ต้องขอโทษผู้เกี่ยวข้องทุกคน โดยเฉพาะเจ้าของข้อมูลที่รั่วไหล โดยเข้าใจถึงความตระหนกและกังวลของทุกคน อย่างไรก็ดีข้อมูลที่มิจฉาชีพได้ไปยังนำไปใช้ทำธุรกรรมอะไรไม่ได้ แต่ต้องย้ำผู้ที่ได้รับแจ้งเตือนทางอีเมล์และข้อความ SMS จากตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าข้อมูลรั่วไหลอย่ากดลิงก์ใด ๆ ที่ส่งมาหลังจากนี้ เนื่องจากทางตลาดหลักทรัพย์ฯ และธนาคารต่าง ๆ จะไม่มีการส่งลิงก์ดังกล่าวเด็ดขาด
“ถ้ามีลิงก์อย่าไปกดเด็ดขาด โทร.สอบถามก่อนจะปลอดภัยที่สุด โดยในเรื่องทางเทคนิค เราได้ปิดช่องทางการเข้าถึงในลักษณะที่เกิดขึ้นในทุกระบบแล้ว ไม่ใช่แค่ระบบที่มีการเจาะเข้ามาอย่างเดียว แล้วเราได้แจ้งทุกบริษัทหลักทรัพย์และทุกธนาคาร ถึงรายชื่อข้อมูลที่รั่วไหล เพื่อให้ปกป้องและระมัดระวังเพิ่มเติมในทุกเคส”
นายอัสสเดชกล่าวว่า อยากให้มีความเชื่อมั่นว่าโครงสร้างระบบการเงินของประเทศมีหลายระดับที่มีการปกป้อง การนำข้อมูลส่วนบุคคลไปทำธุรกรรมไม่ได้ง่าย ไม่ได้ทำธุรกรรมได้ทันที หากมีสติในการป้องกัน ไม่ไปกดลิงก์ต่าง ๆ ไม่ไปเชื่อใครง่าย ก็จะช่วยปกป้องตัวเองไปในตัว
“จากที่เราดูข้อมูล วันนี้ยังไม่ได้เกิดความเสียหาย เกิดการทำธุรกรรมที่ไม่เหมาะสมจากข้อมูลที่รั่วไหลไป แต่แน่นอนว่าเดี๋ยวในอนาคตจะต้องยกระดับเพิ่มเติม ตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อปกป้อง เพราะผู้ที่ประสงค์ร้ายก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นเราก็ต้องพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อปกป้องข้อมูลของทุกคน และจะทำให้ดีที่สุด”
นางสาวพิชยา ชมชัยยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD กล่าวว่า หลังตรวจพบ TSD ได้แจ้งให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลรวมแล้วประมาณ 2 แสนราย จากผู้ลงทุนทั้งหมดที่มีอยู่กว่า 5 ล้านราย ได้รับทราบว่ามีข้อมูลรั่วไหล ทั้งทางอีเมล์ และ SMS รวมถึงแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
“เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ก็ได้เข้าแจ้งความประสานการทำงานกับตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อสืบหาตัวผู้กระทำผิดด้วย”
ทั้งนี้ข้อมูลที่รั่วไหล หลังตรวจสอบเชิงลึกร่วมกับทางตำรวจ ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล, วัน เดือน ปีเกิด, เลขบัตรประชาชน, ที่อยู่, หมายเลขโทรศัพท์, อีเมล์, ชื่อบริษัทหลักทรัพย์ และเลขที่บัญชีซื้อขาย รวมถึงชื่อธนาคารและเลขที่บัญชีธนาคารของผู้ลงทุนด้วย อย่างไรก็ดียืนยันว่าข้อมูลไม่ได้รั่วจากแอปพลิเคชั่นวิเศษที่เพิ่งให้บริการ โดยแอปวิเศษเป็นระบบทันสมัย มีความปลอดภัยสูงสุด
“ภายหลังตรวจสอบว่ามีชื่อธนาคารและเลขที่บัญชีธนาคารด้วย แต่ไม่พบว่ามีการถือครองหลักทรัพย์ หรือข้อมูลการทำธุรกรรมรั่วไหลออกไปแต่อย่างใด ซึ่งอยากขอย้ำเตือนอีกครั้งว่า ให้เพิ่มความระมัดระวังในการที่อาจจะมีผู้แอบอ้าง TSD หรือเป็นหน่วยงานอื่นใด เพื่อหลอกทำธุรกรรมต่าง ๆ”
นางสาวพิชยากล่าวอีกว่า ผู้ใช้บริการ TSD Investor Portal ต้องการสอบถามเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ TSD Contact Center โทร. 0-2009-9999 ซึ่งเปิดให้บริการในช่วงวันหยุดด้วย หรือ https://www.set.or.th/th/about/contact-us/contact-center หรือหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ติดต่อบริษัทหลักทรัพย์ที่ใช้บริการอยู่
นายถิรพันธุ์ สรรพกิจ รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ในฐานะฝ่าย IT ที่ดูแลระบบ TSD กล่าวว่า ทันทีที่ตรวจพบก็ได้ปิดกั้น ระงับการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในระบบ เพื่อหยุดการรั่วไหล จากนั้นได้มีการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้สแกน Code ทั้งหมดในระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำอีก
“Code ที่เราสแกนไม่ใช่เฉพาะในส่วนของ Investor Portal แต่ได้สแกนในส่วนอื่น ๆ ใน TSD รวมถึง SET Group ทั้งหมดด้วย”
ด้าน พ.ต.ท.พากฤต กฤตยพงษ์ สารวัตรกลุ่มงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ตอท.) กล่าวว่า ขณะนี้กระบวนการสอบสวนสืบสวนกำลังดำเนินอยู่ โดยได้ประสานงานเชิงลึกกับพันธมิตรด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ทั้งในประเทศและหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อแกะรอยเส้นทางการเข้าถึงข้อมูลข้ามพรมแดน ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการติดตามนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีทางกฎหมายเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด
“สิ่งที่อยากฝากก็คือ พอคนร้ายได้ข้อมูลไปแล้ว การที่เขาจะนำมาหลอกต่ออาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งเราจะเรียกว่าการหลอกซ้ำซ้อนจากวิกฤต โดยการเกิดกรณีแบบนี้แล้วยังไม่มีอะไรผิดสังเกต อย่าเพิ่งตื่นตระหนกรีบไปอายัดบัญชี อยากให้มีสติก่อน เพราะในอดีตข้อมูลลักษณะนี้ก็เคยมีหลุด แต่หากเราไม่ทำตามในสิ่งที่คนร้าย พยายามใช้จิตวิทยาหลอกลวง โอกาสก็เป็นไปได้ยากที่ข้อมูลหรือเงินของเราจะหลุดไปได้”
พันตำรวจโทพากฤตกล่าวว่า อย่างไรก็ดีหากพบว่ามีความผิดปกติในการล็อกอินเข้าบัญชีธนาคาร หรือซื้อขายหลักทรัพย์ หรือพบว่าข้อมูลส่วนตัวถูกนำไปสวมรอยทำธุรกรรม ให้ติดต่อสถาบันการเงินเพื่อระงับเหตุทันที จากนั้นให้แจ้งความกับพนักงานสอบสวน หรือ ติดต่อ 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

