ก.ล.ต.จี้โบรกด่านหน้าสกัดทุนเทา คุมโอนคริปโตฯผ่านวอลเลต

ก.ล.ต.จี้โบรกด่านหน้าสกัดทุนเทา คุมโอนคริปโตฯผ่านวอลเลต
ภาพประกอบข่าว

ก.ล.ต. เปิดภารกิจ ยกระดับสกัดบัญชีม้าหุ้น ปิดทาง “มิจฉาชีพ” ดีเดย์ ก.ค. บังคับใช้เกณฑ์ Travel Rules คุมโอนสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านอี-วอลเลต วางแนวปฏิบัติเข้ม “บล.” ต้องเป็นด่านหน้าสกัดทุนเทาฮุบ บจ. เร่งผลักดันต่อร่างแก้ไข พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ตั้งเป้าทำคลอด “TISA” ภายในปีนี้

ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแผนดำเนินงานของ ก.ล.ต.ในระยะต่อไป ว่า  จะให้น้ำหนักเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยี การป้องกันมิจฉาชีพในตลาดทุนที่มีการใช้ AI มาหลอกลวง ตลอดจนการพัฒนาเรื่องการออมและการลงทุนให้มากขึ้น จากที่ช่วงที่เข้ามารับตำแหน่งเลขาธิการ ก.ล.ต.กว่า 2 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงที่เข้ามารับโจทย์แก้ปัญหาเรื่อง “Trust and Confidence” (การสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ) ให้กับตลาดทุนไทยเป็นหลัก เนื่องจากก่อนหน้านั้นมีหลายเคสในตลาดหุ้น ทำให้นักลงทุนไม่เชื่อมั่น ทั้งกรณีหุ้น STARK หุ้น MORE ที่เกิดขึ้น

“เรื่อง STARK พูดได้เลยว่า  ก.ล.ต.สามารถจบได้ครบทุกตัวละครที่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมาอาจจะมีคนถามถึงผู้สอบบัญชี ก็จะเห็นว่ามีการกล่าวโทษไปแล้ว ขณะที่การดำเนินคดีต่าง ๆ ในตลาดทุน ที่เคยถูกมองว่าช้า ปัจจุบันอายุเฉลี่ยในการดำเนินการก็เหลือแค่เฉลี่ยประมาณ 2 ปี จากเดิมเกือบ3 ปี ค้างเก่าสุด 7-8 ปี ตอนนี้เคสเก่าสุดก็เหลือประมาณ 4 ปี”

โดยปี 2568 ที่ผ่านมามีการลงโทษทางแพ่งไปจำนวนมาก ซึ่งนับตั้งแต่กฎหมายเปิดให้ ก.ล.ต.ทำได้ กว่า 100 เคสที่ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งไป จะมี 80-90 เคสยอมเข้ามาจ่ายค่าปรับ ส่วนที่ไม่ยอมมีการฟ้องร้อง 99.99% ทาง ก.ล.ต.ก็ชนะคดี

เลขาธิการ ก.ล.ต.

ชงร่างแก้ไข พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ

ศ.ดร.พรอนงค์กล่าวว่า สิ่งที่ยังต้องผลักดันต่อ คือ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไข พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่เป็นแพ็กเกจใหญ่ ซึ่งเดิมจะแยกออกมาเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เนื่องจากอยากทำให้เร็วในเรื่องเกี่ยวกับ “Trust and Confidence” เพราะตอนนั้นมีประเด็นเรื่องการขายชอร์ต (Short Sale) ด้วย แต่เนื่องจากมีการเลือกตั้งใหม่ จึงต้องผลักดันใหม่ และเสนอเป็น พ.ร.บ.ตามกระบวนการปกติ ทั้งนี้ สาระส่วนหนึ่งจะมีเรื่องการเพิ่มอำนาจให้สำนักงาน ก.ล.ต.สามารถเป็นพนักงานสอบสวนร่วมได้

“ก็มีหลายคนไม่เข้าใจ มองว่าสำนักงาน ก.ล.ต.กินรวบ ซึ่งเราชัดเจนว่าเราไม่ได้มองทุกเคส เรามองเฉพาะเคสที่มีผลกระทบมาก เป็น High Impact ซึ่งกลไกเดิมในทางปฏิบัติก็ต้องตั้งทีมมาทำงานด้วยกัน แข่งกับเวลา มันก็จะกลายเป็น Check and Balance ไม่ได้หมายความว่าเราจะกินรวบ ถ้าตำรวจไม่ให้อยู่ก็อยู่ไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าตำรวจจะไม่สั่งฟ้องเราก็จะได้มีสิทธิแย้ง”

นอกจากนี้ ในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวก็ยังมีประเด็นอื่นด้วย เช่น Gatekeeper โดยแก้กฎหมายให้สำนักงาน ก.ล.ต.กำกับดูแลสำนักงานสอบบัญชีได้ ซึ่งทางกระทรวงการคลังก็ให้การสนับสนุน ฉะนั้นการเสนอร่าง พ.ร.บ.ยังเดินหน้าอยู่ เพียงแต่ต้องใช้เวลา เนื่องจากต้องกลับมาเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้ง แล้วจึงเสนอไปที่สภาผู้แทนราษฎรต่อไป

สกัดทุนเทาใช้ช่องคริปโตฯ

ขณะที่การตรวจสอบ “ทุนเทา” ศ.ดร.พรอนงค์กล่าวว่า เรื่องทุนเทาสำนักงาน ก.ล.ต.พยายามสื่อสารให้เกิดความเข้าใจ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ซึ่งการใช้ตลาดทุนไปเอื้อกับทุนเทาจะมี 3 ส่วน คือ ส่วนแรก การใช้พวกสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น การหลอกลวงลงทุน โดยให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีม้า นำมาออกเป็นคริปโตเคอร์เรนซี แล้วโอนคริปโตฯ ออกไป

“เชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นภาคธนาคารหรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เราอยากเห็นเส้นทางของเงินพวกนี้ และอยากเข้าไปยับยั้งเงินของเหยื่อ ผู้บริสุทธิ์ที่โดนหลอก ไม่ว่าจะไปอยู่ในบัญชีธนาคารหรือบัญชีคริปโตฯ มันควรโดนระงับ และที่สุดแล้วเพราะมันคือเงินของเหยื่อก็ควรจะเอามาคืนได้”

ดังนั้น สิ่งที่สำนักงาน ก.ล.ต.ทำ คือ กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งศูนย์แลกเปลี่ยน หรือโบรกเกอร์ อยู่ภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บัญชีม้า ซึ่งก็คือเวลามีการเปิดบัญชีหรือโอนคริปโตฯ จะต้องมีการเช็กถังข้อมูล ที่เรียกว่า Central Register Fraud โดยต้องมีการร่วมรับผิดชอบ (Share Responsibility)

“เราจะร่วม Share Responsibility เหมือนธนาคาร คือ หากพิสูจน์ได้ว่าเราหละหลวม ทำให้เกิดพวกทุนเทานี้เข้ามา เราก็ต้องไปแชร์ความรับผิดด้วย ตรงนี้คือสิ่งที่สำนักงาน ก.ล.ต.ใส่เข้าไปใน พ.ร.ก.บัญชีม้า เพื่อต่อเส้นบัญชีต่าง ๆ และท้ายที่สุดสิ่งที่ทุกคนกำลังรอรูปธรรม คือ Travel Rules”

ใช้ Travel Rules คุมอี-วอลเลต

ศ.ดร.พรอนงค์กล่าวว่า ในเดือน ก.ค.2569 จะได้เห็นการบังคับใช้เกณฑ์ที่เป็น Travel Rules ซึ่งจะกำหนดให้ผู้รับโอนสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ส่วนตัวต้องปฏิบัติตามเกณฑ์นี้ และต้องรับโอนเฉพาะกระเป๋าที่มี Travel Rules ด้วยกัน ทั้งนี้ เกณฑ์ Travel Rules ในต่างประเทศจะอยู่ภายใต้กฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แต่การแก้กฎหมาย ปปง.ต้องใช้เวลา จึงใช้เกณฑ์ภายในของ ก.ล.ต.บังคับใช้ไปก่อน

“ต้องยอมรับว่า เส้นทางเงินสดถ้าไปที่ธนาคารจะเจอ ไม่ว่าจะโอนจากบัญชีไหนไปบัญชีไหน ธนาคารจะอยู่ในระบบที่เช็กได้อยู่แล้ว เช่นเดียวกับคริปโตฯ หากผ่าน Exchange ยังไง ก.ล.ต.ก็เจอ แต่สิ่งที่อาจจะมีประเด็นคือ พวก Pritvate ที่โอนกันระหว่างกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ส่วนตัว คนรับโอนกับคนโอน เกณฑ์ที่เราจะออกมาจะต่อเส้นกันได้  เป็นเกณฑ์ Conduct ที่ใช้ป้องกันการฟอกเงิน ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจต้องปฏิบัติ ถ้าไม่ปฏิบัติก็มีความผิด”

เข้มบล.รายงาน ตปท.ซื้อหุ้น

ขณะที่ในส่วนที่เกี่ยวกับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (บจ.)  สำนักงาน ก.ล.ต.จะยกระดับการทำหน้าที่ของตัวกลาง คือ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ที่มีหน้าที่ต้องรายงานการเข้ามาถือหุ้นของต่างชาติ รายงานเกี่ยวกับการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (Tender) รวมถึงยกระดับการทำ KYC และ CDD (กระบวนการตรวจสอบและรู้จักตัวตนของลูกค้าที่ธุรกิจการเงินและสถาบันต่าง ๆ ต้องทำตามกฎหมาย เพื่อป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย เพื่อดูว่าผู้ที่จะเข้ามาซื้อหุ้นมีอาชีพอะไร มีฐานะอย่างไร เพื่อดูความเหมาะสม

“ปกติเวลาคนจะซื้อขายหุ้นจะต้องผ่านการทำ KYC และ CDD อยู่แล้ว แต่ตัวกลางจะต้องรายงานให้สำนักงาน ก.ล.ต.ทราบด้วย เวลาต่างชาติมาถือหุ้นมันก็ต้องมีเกณฑ์เรื่องความมั่นคง เช่น เป็นนิติบุคคลไทย ก็ต้องถือหุ้นไม่เกิน 49% หรือเซ็กเตอร์มั่นคงก็ถือไม่เกิน 20% ทั่วโลก มันไม่มีใครมานั่งดูหรอกว่า คนนี้ไปทำความผิด ขับรถชนคนตายมาแล้วซื้อหุ้นไม่ได้ แต่ในบริบทของเราเขาจะเป็นใครก็แล้วแต่ เขามีหน้าที่รายงาน ถ้าปิดบัง หรือบิดเบือน ก็จะมีความผิด”

นอกจากนี้ อีกเรื่องที่สำนักงาน ก.ล.ต.กำลังดำเนินการอยู่ตอนนี้ ก็คือทบทวนนิยามผู้ถือหุ้นใหญ่ของตัวกลางต่าง ๆ คือ บล.  ซึ่งควรมีธรรมาภิบาลสูงกว่า บจ. รวมถึงทบทวนคุณสมบัติของผู้ถือหุ้นใหญ่ในตัวกลางเหล่านี้ให้ชัดเจนมากขึ้นด้วย โดยทั้งหมดนี้อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็น

เลขาธิการ ก.ล.ต.กล่าวด้วยว่า หลังจากธนาคารปิดกั้นบัญชีม้าเข้มข้นขึ้น ก็ทำให้มิจฉาชีพหันมาใช้การเปิดบัญชีหลักทรัพย์เพื่อเป็นช่องทางในการหลอกลวงประชาชนและผู้ลงทุนแทน โดยมีการเปิดบัญชีเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงต้องยกระดับส่วนนี้ให้เข้มข้นมากขึ้น ซึ่งภายในเดือน พ.ค. นี้จะมีออกแถลงการณ์ร่วมกับ ปปง.

บล.ต้องกลั่นกรองทุนเทา

“การที่ทุนเทาจะเข้ามาในตลาดทุนได้ก็ต้องผ่านตัวกลาง ไม่ว่าจะ บล. หรือตัวกลางธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เดิมอาจจะเอาเงินมาผ่านพวกนี้แล้วก็ออกไป มีการซ่อนเร้นให้ติดตามยาก สิ่งที่พูดกันว่าเงินเทาเริ่มเข้ามาครอบงำกิจการ บจ. แต่การที่เขาจะเข้ามาได้ก็ต้องผ่านตัวกลาง ดังนั้น ตัวกลางก็ต้องมีกลไกกลั่นกรอง ซึ่งหากระบบกลั่นกรองดีก็จะช่วยสกัดกั้นได้”

จากสิ่งที่ ก.ล.ต.ทำทั้งหมดอยากบอกว่า ไม่ต้องกังวลเรื่อง “Trust and Confidence” เพราะการดำเนินการเรื่องนี้อยู่ใน DNA ของสำนักงาน ก.ล.ต.อยู่แล้ว แต่สิ่งที่อยากทำหลังจากนี้คือ การพัฒนา ส่งเสริมการออม การลงทุน การนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาช่วย รวมถึงการนำ Ecosystem ที่มีอยู่ในการสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอี สนับสนุนการออมต่าง ๆ อย่างโครงการบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล (TISA) ที่กำลังผลักดันอยู่

“TISA ผ่านมาหลายร่างแล้ว ก็ยอมรับว่าคงต้องฟัง บางอันมีผลกระทบเยอะ ร่างที่น่าจะไปได้จะเป็นร่างที่กลมกล่อมกว่าเดิม ทั้งนี้ ยังต้องคุย แต่เราก็อยากเห็นออกมาภายในปีปฏิทินนี้” เลขาธิการ ก.ล.ต.กล่าว

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚