ธปท. ชี้สงครามทุบเศรษฐกิจไทยเดือน เม.ย. ชะลอ เงินเฟ้อพุ่ง-ดุลบัญชีเดินสะพัดพลิกขาดดุล
ธปท. เปิดตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือน เม.ย. ชะลอตัว จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้น ยันมอนิเตอร์ยังไม่เห็นราคาสินค้าปรับขึ้นเป็นวงกว้าง ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือน เม.ย. พลิกขาดดุล 7.6 พันล้านดอลลาร์ จากนำเข้าน้ำมัน-อิเล็กฯ พุ่ง
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และ โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยเดือน เม.ย.2569 ชะลอตัวลงอย่างที่คาดไว้ จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง โดยในด้านอุปสงค์จะเห็นค่าครองชีพที่สูงขึ้น การบริโภคภาคเอกชนลดลง ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวปรับลดลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวระยะใกล้ นอกจากนี้ การลงทุนภาคเอกชนปรับลดลง เนื่องจากมีการเร่งลงทุนไปในเดือนก่อนหน้า
อย่างไรก็ดี การส่งออกไม่รวมทองคำปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องที่ 1.3% จากเดือนก่อนหน้า จากการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี และยานยนต์ โดยการส่งออกไปตะวันออกลางปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า
“การส่งออกไปยังคู่ค้าสำคัญ อย่างสหรัฐและจีน ยังเพิ่มขึ้น ขณะที่การส่งออกไปตะวันออกลางปรับขึ้นบ้างจากเดือนก่อน จากที่เคยลงไปมาก ๆ ซึ่งมาจากการปรับรูปแบบการขนส่ง ไปทางทะเลแดง หรือใช้เส้นทางขนส่งทางอ้อม แต่โดยรวมก็ยังเพิ่มไม่มาก ก็ต้องจับตาดูต่อไป”
ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมในภาพรวมทรงตัว โดยการผลิตรถยนต์และพลาสติกเพิ่มขึ้น ส่วนการผลิตน้ำตาลและเครื่องใช้ไฟฟ้าลดลง ด้านผลผลิตภาคเกษตรภาพรวมทรงตัว
ด้านมูลค่าการนำเข้า เพิ่มขึ้น 16.5% ในทุกหมวดสินค้าโดยเฉพาะเชื้อเพลิง มีการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง ทั้งซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ แหล่งอื่น ๆ ทั้งมาเลเซีย และสหรัฐ เพื่อบริหารจัดการความมั่นคงทางพลังงาน ทำให้น้ำมันสำรองในประเทศเพิ่มขึ้น
นางสาวชญาวดี กล่าวว่า ในดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน เม.ย.ปรับลดลงตามความกังวลต่อผลกระทบสถานการณ์ตะวันออกกลาง
“อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน เม.ย. เป็นบวกที่ 2.89% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ติดลบที่ 0.08% มาจากหมวดพลังงานเป็นสำคัญ ตามราคาขายปลีกน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ส่วนอัตราเงินเฟ้อในหมวดอาหารสดปรับขึ้นเล็กน้อย ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน มาจากการส่งผ่านต้นทุนราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นในหมวดอาหารสำเร็จรูปและค่าโดยสารสาธารณะเป็นหลัก เรามอนิเตอร์ใกล้ชิดยังไม่เห็นการปรับขึ้นราคาสินค้าเป็นวงกว้าง”
ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือน เม.ย. พลิกกลับมาขาดดุลที่ 7.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากที่เกินดุลในเดือนก่อน หลัก ๆ มาจากการขาดดุลการค้า -6.8 พันล้านดอลลาร์ ตามมูลค่าการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดิบและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนดุลบริการ รายได้ และเงินโอนขาดดุล -0.8 พันล้านดอลลาร์ จากเกินดุลในเดือนก่อน จากรายรับภาคการท่องเที่ยวที่ลดลง
นางสาวชญาวดี กล่าวว่า สถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยนเดือน เม.ย. ถึง พ.ค. ค่าเงินบาทยังผันผวนตามสถานการณ์ตะวันออกลาง โดยเฉลี่ยปรับอ่อนค่าลงเล็กน้อย

