INVX ชี้คว่ำภาษี “ทรัมป์” หนุนราคาสินทรัพย์เสี่ยง เพิ่มโอกาส “เฟด” หั่นดอกเบี้ย
INVX มองบวกกรณีศาลสูงสหรัฐคว่ำมาตรการภาษี “ทรัมป์” มองช่วยหนุนราคาสินทรัพย์เสี่ยงภาพรวม ส่งผลดีต่อหุ้นค้าปลีก-เทคโนโลยี-ยานยนต์ยุโรป จากต้นทุนลดลง เพิ่มโอกาสเปิดทางให้ “เฟด” หั่นดอกเบี้ย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) ชี้ว่า กรณีศาลสูงสหรัฐคว่ำมาตรการภาษีทรัมป์ ช่วยหนุนราคาสินทรัพย์เสี่ยงภาพรวม ส่งผลดีต่อหุ้นค้าปลีก-เทคโนโลยี-ยานยนต์ยุโรป จากต้นทุนลดลง และอาจช่วยเปิดทางให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ( Fed) หั่นดอกเบี้ยได้คล่องตัวขึ้น
ทั้งนี้ หลังศาลตัดสิน หุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นทันที สะท้อนความกังวลด้าน trade shock ที่คลี่คลายลง
ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond yield) 10 ปี ขยับขึ้นสู่ราว 4.10% จากมุมมองรายได้ภาษีรัฐอาจลดลง
ด้านค่าเงินดอลลาร์ (Dollar( อ่อนค่าชั่วคราว ก่อนฟื้นตัว
โดย INVX มองว่า คำตัดสินนี้เป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม เนื่องจากช่วยลดความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ และคู่ค้าได้ในระยะสั้น อย่างไรก็ตามสหรัฐฯ ยังคงสามารถใช้เครื่องมืออื่นๆ ในการเก็บภาษีทดแทนได้ จึงอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าอย่างจำกัด ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีพื้นที่ลดดอกเบี้ยมากขึ้น แต่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการสนับสนุนการเติบโตกับความตึงตัวทางการเงินที่อาจเพิ่มขึ้นหากผลตอบแทนพันธบัตร ปรับสูงตามการขาดดุลการคลัง
ด้านหุ้นสหรัฐฯ ประเมินได้แรงหนุนจาก sentiment บวก โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีก–สินค้าอุปโภคบริโภคที่พึ่งพาการนำเข้าจากภาระภาษีที่ลดลง นอกจากนี้ Fed ที่มีพื้นที่ลดดอกเบี้ยได้มากขึ้นจากแรงกดดันด้านราคาสินค้านำเข้าลดลง เป็นแรงหนุนบวกต่อหุ้นสหรัฐฯ
หุ้นนอกสหรัฐฯ อาทิ ยุโรป มีโอกาสได้รับผลบวกในระยะสั้นจากภาษีที่ลดลง โดยเฉพาะบริษัทที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ อาทิ Healthcare, Automotive อย่างไรก็ตามสหรัฐฯ มีโอกาสที่จะใช้เครื่องมืออื่นมาทดแทน ส่งผลให้ปัจจัยบวกนี้อาจส่งผลอย่างจำกัดต่อกำไรบริษัทจดทะเบียนจริง
ด้านดุลการคลังมีความท้าทายสำคัญ เพราะการยกเลิกภาษีจะทำให้รายได้หายไปราว 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ใน 10 ปี หรือราว 0.7% ของ GDP ต่อปี แต่ศาลที่ยังไม่สั่งให้คืนเงิน ประกอบกับสหรัฐฯ ยังคงมีกฎหมายอื่นๆ ในการเก็บภาษี อาจส่งผลให้ Bond Yield สหรัฐฯ ไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้มากนัก อย่างไรก็ตามเรายังแนะนำให้ลงทุนใน Bond อายุระหว่าง 2-5 ปี เพื่อจำกัดผลกระทบจากความผันผวนของ Bond Yield
ทั้งนี้ INVX มีมุมมองเชิงบวกระยะสั้นหลังศาลสูงสหรัฐฯ ตีตกการใช้กฎหมายฉุกเฉิน (IEEPA) เพื่อเก็บภาษีแบบกว้าง (reciprocal/global tariffs) คือ แรงกดดันต้นทุนนำเข้า และความเสี่ยงเชิงนโยบายการค้าที่กระทบห่วงโซ่อุปทาน ลดลงในระยะสั้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ อ่อนไหวต่อภาษีนำเข้า/ชิ้นส่วน
สำหรับกลุ่มที่มองบวก ได้แก่
1) ค้าปลีก–สินค้าอุปโภคบริโภคที่พึ่งพาการนำเข้า ได้ประโยชน์จากการลดภาระภาษีนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคและเสื้อผ้า รวมถึงมีโอกาสลุ้นได้เงินคืนภาษี (Refund) ย้อนหลังช่วยเพิ่มสภาพคล่องในงบการเงิน อย่างไรก็ดี แนะติดตามในระยะถัดไป เนื่องจาก ศาลฎีกาไม่ตัดสินว่าจะคืนภาษีหรือไม่ (WMT, COST, TGT, LULU, NKE, PVH, VFC)
2) กลุ่มเทคฯ มองบวกต่อกลุ่มฮาร์ดเเวร์ปลายน้ำที่ต้นทุนการนำเข้าชิ้นส่วนและซัพพลายเชนคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ต้นทุนมีแรงกดดันน้อยลง เช่น AAPL
3) กลุ่มยานยนต์โลก (Global Autos) ส่งผลให้ความชัดเจนต่อกำไรและการวางแผนซัพพลายเชนดีขึ้นในระยะสั้น โดยเฉพาะผู้ผลิตยุโรปที่มีสัดส่วนการส่งออก/ทำตลาดในสหรัฐฯ สูงโดยเฉพาะยุโรป (VOW3, BMW, MBG, STLA)
ด้านความเสี่ยงที่ต้องติดตาม คือ
– แม้ศาลยกเลิกการใช้ IEEPA แต่ฝ่ายบริหารสามารถใช้กฎหมายอื่น แทนได้ ซึ่งอาจทำให้มาตรการภาษีกลับมาในรูปแบบที่เจาะจงมากขึ้นและยืดเยื้อกว่าเดิม
– หากศาลฯ อนุญาตให้คืนภาษีเต็มจำนวน (ราว 170 พันล้านเหรียญ) จะกระทบฐานรายได้รัฐ เพิ่มแรงกดดันต่อ fiscal deficit และอาจดัน bond yield ผันผวน
– ประเทศคู่ค้าอาจรอดูท่าทีสหรัฐฯ หากมีการใช้มาตรการใหม่ อาจเกิดการตอบโต้รอบใหม่ โดยเฉพาะจีนและ EU ส่งผลต่อ global supply chain และ sentiment ตลาด

