ผอ.ออมสิน ชี้โอกาสสุดท้ายประเทศไทย จี้ SMEs ปรับตัว-อุ้มลูกหนี้ปลดหนี้ก่อนตาย

ผอ.ออมสิน ชี้โอกาสสุดท้ายประเทศไทย จี้ SMEs ปรับตัว-อุ้มลูกหนี้ปลดหนี้ก่อนตาย
ภาพประกอบข่าว

หลังจากประกาศวิสัยทัศน์ มุ่งเป้าหมายการเป็น “ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives” ไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตอนที่เข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ ล่าสุด “ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “เครือมติชน” ถึงการขับเคลื่อนภารกิจของธนาคารในปี 2569 นี้

หนุน “ออม-ลงทุน-สร้างอาชีพ”

“ทรงพล” กล่าวว่า ปีนี้ออมสินครบรอบ 113 ปี โดยรัชกาลที่ 6 ทรงจัดตั้งออมสินขึ้นมา เพื่อส่งเสริมการออม ซึ่งการออมไม่จำเป็นต้องทำกับเด็กเท่านั้น แต่ต้องทำกับทุกคน โดยแต่ละคนก็มีบริบทการออมที่ไม่เหมือนกัน และออมสินก็มีหลายโปรดักต์เพื่อรองรับ ทั้งธนาคารโรงเรียน หรือโปรดักต์ส่งเสริมการออม อย่างแอปพลิเคชั่น MyMo ก็มี MyMo Junior ขณะที่โปรดักต์สินเชื่อ ก็มีเพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพ โดยปีนี้ธนาคารปล่อยสินเชื่อไม่มีหลักประกันเพิ่มขึ้นมาก เพื่อช่วยคนตัวเล็กที่มีโอกาสน้อย

“การออม ก็ไม่ใช่เรื่องเงินฝากอย่างเดียว แต่มีทั้งเงินฝาก ทั้งสลากออมสิน แล้วก็การลงทุน ซึ่งปีนี้เราก็มีพาร์ตเนอร์เรื่องการลงทุนเพิ่มเติมขึ้น ส่วนสินเชื่อก็มีหลายประเภท สินเชื่อเคหะ สินเชื่อเอสเอ็มอี สินเชื่อมีหลักประกัน ไม่มีหลักประกัน แต่ปีนี้เราทำสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันเพิ่มขึ้นเยอะ แล้วก็ไม่ได้ดูจากสถิติเดิม เราดูจาก Behavior (พฤติกรรม) เพิ่มเติมขึ้น อาจจะเริ่มจากให้เงินไม่เยอะ แล้วพอเขามีประวัติดี มีข้อมูลเพิ่มเติมขึ้น ก็ค่อยให้สินเชื่อเพิ่ม ดังนั้นคนตัวเล็ก ที่มีโอกาสน้อยกว่าคนอื่น ก็เข้าถึงเงินทุนได้มากขึ้น”

โดยสินเชื่อสร้างอาชีพ ที่แบงก์เพิ่งออกไป ก็มีคนขอสินเชื่อเข้ามามาก ล่าสุด เกือบ 100,000 รายแล้ว ในเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งเน้นให้กู้กับผู้ประกอบอาชีพอิสระ

ไม่ได้แข่งกับแบงก์พาณิชย์

นอกจากนี้ ออมสินยังให้สินเชื่อที่เป็นซัพพลายเชนมากขึ้นด้วย เพราะปีนี้น้ำมันแพง จากภาวะสงคราม ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการบางส่วนขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ไม่ได้ ออมสินจึงเข้าไปซัพพอร์ตให้เพิ่มเติม ในลักษณะสินเชื่อหมุนเวียน (Revolving Loan) เพื่อเป็นสภาพคล่องในการทำธุรกิจ

“เราไม่ได้ตั้งใจที่จะแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์ แต่เราจะอยู่ในตอนที่เขาไม่อยู่ อย่าง 5 ปีที่ผ่านมา คนบอกว่าแบงก์พาณิชย์ไม่ค่อยปล่อยสินเชื่อ แต่ของเราสินเชื่อแต่ละปีก็ยังโตอยู่ คือเราเข้าไปรองรับ ไม่ได้เข้าไปแข่งกับเขา”

“ทรงพล” กล่าวว่า Cost to Serve (CTS) หรือต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริงในกระบวนการธุรกิจ เพื่อส่งมอบสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้าแต่ละราย ของธนาคารออมสิน กับของธนาคารพาณิชย์เท่ากัน แต่ออมสินมีจำนวนลูกค้ามากกว่าแบงก์พาณิชย์เยอะ โดยในปัจจุบันฐานลูกค้าของออมสิน เฉพาะลูกค้ากลุ่มฐานราก มีมากกว่า 2 ล้านราย ขณะที่ลูกค้าที่ใช้แอปพลิเคชั่น MyMo มีประมาณ 18 ล้านราย ส่วนลูกค้าเงินฝากและสลากออมสินรวมกันประมาณ 20 ล้านราย

ระดมเงินฝากปล่อยกู้นโยบายรัฐ

“ทรงพล” กล่าวอีกว่า ในรอบปีที่ผ่านมา ออมสินมีบทบาทกับสังคม ทั้งด้านสินเชื่อและเงินฝาก เพิ่มขึ้นจากเดิมมาก การระดมเงินฝากของธนาคารออมสินดังกล่าว เพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อที่ช่วงนี้มีความต้องการค่อนข้างมาก ทั้งการปล่อยสินเชื่อตามนโยบายรัฐบาล สินเชื่อซอฟต์โลน วงเงิน 100,000 ล้านบาท ที่เริ่มโครงการมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ขณะนี้ก็มีการเบิกจ่ายไป 50,000 ล้านบาทแล้ว รวมถึงสินเชื่อเอสเอ็มอีที่ต้องปล่อยอีก 120,000 ล้านบาทในปีนี้

“การออกเงินฝาก กับสลากออมสินในช่วงนี้ ก็ออกมารองรับความต้องการสินเชื่อที่มีเยอะในช่วงนี้ โดยเงินฝากที่ออกช่วงนี้ อย่างสลากออมสินพิเศษ 5 ปีที่เพิ่งออกไป ถือว่าได้รับการตอบรับดีมาก ลูกค้าซื้อสลากเกือบ 12,000 ล้านบาทแล้ว ซึ่งธนาคารจะคำนวณดอกเบี้ยให้เป็นรายเดือน ผมว่าคนที่จองซื้อพันธบัตรออมพลัสไม่ได้ มาซื้อสลากออมสินตัวนี้ ผมคิดว่าก็ไม่ได้ขี้เหร่ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยของเราที่ไม่ต้องเสียภาษี ขณะที่ถ้าไปฝากแบงก์ทั่วไปจะเสีย 15% เทียบออกมาเป็นดอกเบี้ยของเราอยู่ที่กว่า 1.3%”

ชู “บริหารหนี้” ไม่ใช่ “แก้หนี้”

ขณะที่เกี่ยวกับเรื่องหนี้ ปัจจุบันธนาคารออมสินจะใช้คอนเซ็ปต์ “การบริหารหนี้” เป็นหลัก ไม่ใช่ “การแก้หนี้” ซึ่งมีความแตกต่างกัน คือ ถ้าแก้หนี้จะดูเฉพาะคนที่เป็นหนี้เสีย แต่บริหารหนี้คือ ต้องดูลูกค้าทุกคน อย่างเช่น หนี้ครูกว่า 200,000 ราย ที่เป็นสมาชิก ช.พ.ค. ซึ่งมีทั้งครูที่เป็นหนี้ปกติ หนี้ที่เริ่มมีปัญหา และเป็นหนี้ที่มีปัญหา แต่ออมสินลดดอกเบี้ยให้ทุกคน จาก 6.025% เหลือ 4% ต่อปี โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนและเริ่มภายในเดือน ส.ค.นี้

“เราต้องการให้เขานำเงินส่วนต่างประมาณ 2% มาทยอยใช้คืนเงินต้น เรายอมกำไรบางมาก ๆ แต่การทำแบบนี้จะทำให้ในภาพรวมคนก็จะหมดหนี้ได้ ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญในสังคมเรา ไม่ใช่หนี้ครัวเรือนอย่างเดียว แต่คำถามคือ จะเป็นหนี้ไปจนตายไหม หรือจะหมดหนี้ก่อนตาย ซึ่งในวันนี้ ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญคือ ทำให้คนหมดหนี้”

เตือนบิดหนี้ แบงก์ไม่กล้าปล่อยกู้

อย่างไรก็ดี “ผู้อำนวยการออมสิน” มองว่า สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ คือ วินัยทางการเงิน และจริยธรรมการใช้ชีวิต อย่างกรณี Virtual Bank ที่มีกระแสเรื่องคนจ้องจะบิดหนี้ แต่แทนที่ทุกคนจะไปสมัคร แล้วบอกว่าจะบิดหนี้ ก็ต้องไปเตือน เพราะเงินที่ธนาคารนำมาปล่อยก็มาจากเงินฝาก

“การจ่ายคืนหนี้ก็ทำให้ธนาคารมีเงินไปคืนผู้ฝาก แต่หากคนไปคิดกันว่า ได้เงินมาแล้วไม่คืน สังคมก็จะเพี้ยน จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งธนาคารก็จะไม่กล้าปล่อยกู้ให้”

ขณะที่ปัจจุบันออมสินมีสาขากว่า 1,000 แห่ง ซึ่งคงลดไม่ได้ เนื่องจากต้องให้บริการลูกค้า ยิ่งปัจจุบันมีภัยทางการเงินเข้ามามาก ก็ยิ่งต้องมีสาขาไว้ เพราะหากเป็นสาขาที่ไม่มีตัวตน จะไม่มีทางทราบได้เลยว่าตัวจริงหรือตัวปลอมโทร.มา

โอกาสสุดท้ายประเทศไทย

“ทรงพล” กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ การบริโภคโดยรวมน้อยลง ต้นทุนเพิ่ม แต่ผู้ประกอบการไม่กล้าขึ้นราคาสินค้ามาก เพราะกลัวว่าคนจะไม่ซื้อ โดยออมสินพร้อมจะปล่อยสินเชื่อดูแลเอสเอ็มอี หากผู้กู้มีวินัยและมีจิตวิญญาณนักสู้ พร้อมจะปรับตัว โดยยอมรับว่า บางอย่างอาจจะต้องเลิกทำ หากแข่งในสินค้าที่เหมือนคนอื่น แล้วแข่งไม่ได้ ก็ไม่ควรไปแข่ง

ทั้งนี้ มองว่าประเทศไทยจะต้องช่วยกันสร้างมุมคิดเชิงบวกให้เกิดขึ้น เพื่อให้ประเทศสามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้ ซึ่งภาวะเศรษฐกิจที่เผชิญกันอยู่ในปัจจุบัน ตนมองว่า หากไม่มีภาวะสงคราม หรือไม่เกิดโควิดก่อนหน้านี้ ประเทศไทยจะแย่หนักกว่านี้มาก เพราะไม่สามารถแข่งขันอะไรได้เลยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา สินค้าหลาย ๆ อย่างต้องซื้อจากจีน ทำให้โรงงานเอสเอ็มอีเล็ก ๆ อยู่ไม่ได้ แต่พอมีสงคราม ทำให้ไทยมีโอกาสมากขึ้น

“พอเกิดเหตุการณ์อย่างสงครามขึ้น พวกซัพพลายเชนที่อยู่ทั่วโลกเริ่มมองมาที่ประเทศไทยมากขึ้น ทำให้ของคนไทยมีโอกาสได้ขายมากขึ้น ฉะนั้นผมมองว่า เวลานี้คือโอกาส แต่ไม่ใช่ว่าไม่ปรับอะไรเลย ถ้าเรายังทำเหมือนเดิม 100% มันจะไม่มีอะไรดีขึ้นเลย คำถามที่สำคัญคือ เอสเอ็มอีบ้านเราต้องมีหัวใจนักสู้ ยังไงก็มีโอกาสจะชนะ เพราะบ้านเราไม่มีสงคราม บ้านเรามีทรัพยากรเยอะ มีถนนหนทาง มีไฟ มีน้ำ มีทุกอย่าง ถ้าหาโอกาส ในขณะที่คนอื่นเขามีปัญหาอยู่เยอะ เราก็อาจจะผลิตของที่เขาต้องใช้ หรือใช้ในประเทศ”

“ผู้อำนวยการออมสิน” ย้ำว่า “นี่คือโอกาสใหญ่ครั้งสุดท้ายของประเทศไทย” ที่จะต้องร่วมกันผลักดัน

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚