ก.ล.ต. ผนึก ธปท. ยกระดับกำกับ Stablecoin ดีเดย์ ส.ค.นี้ประกาศเกณฑ์ Travel Rule
ก.ล.ต. ร่วมกับ ธปท. หารือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ยกระดับแนวทางกำกับดูแลธุรกรรม stablecoin มุ่งสกัดกั้นอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ดีเดย์ ส.ค.นี้ประกาศเกณฑ์ Travel Rule ก่อนเริ่มใช้บังคับภายใน ก.พ. 2570
วันที่ 7 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประชุมหารือกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลการทำธุรกรรม stablecoin เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกนำไปใช้ในการฟอกเงินหรือก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการเลี่ยงโอนเงินระหว่างประเทศ โดยคาดว่าจะออกหลักเกณฑ์ภายในปีนี้

โดยรายงานจากสำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ก.ล.ต. เห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนการพัฒนาและการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมทางการเงินควบคู่ไปกับการดูแลความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากธุรกรรมทางการเงินการลงทุนและสินทรัพย์ดิจิทัล
โดยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ก.ล.ต. ธปท. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้บูรณาการความร่วมมือในการปฏิบัติงานร่วมกัน (joint operation) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินและพฤติกรรมการทำธุรกรรมต้องสงสัย เพื่อยกระดับการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัยและสกัดกั้นอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ทั้งนี้ ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อป้องกันการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางในการฟอกเงินและก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยได้ยกระดับมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการติดตามปริมาณธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ stablecoin เช่น USDT USDC เป็นต้น ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา

ก.ล.ต. จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมบูรณาการเพื่อร่วมกันติดตามและหาแนวทางหรือมาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดความเสี่ยงธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ stablecoin อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม อาทิ การฟอกเงิน การก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือการใช้เป็นช่องทางหลีกเลี่ยงการโอนเงินระหว่างประเทศ โดยจะนำข้อมูลที่ได้รับจากการหารือร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจมาพิจารณาเพื่อกำหนดแนวทางหรือมาตรการที่เหมาะสมและสามารถปฏิบัติได้จริง คาดว่าจะออกหลักเกณฑ์ภายในปีนี้
ซึ่ง ก.ล.ต. และ ธปท. พร้อมเดินหน้าประสานความร่วมมือในการยกระดับการกำกับดูแลธุรกรรมทางการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกนำไปใช้ในการฟอกเงินหรือก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงการเลี่ยงโอนเงินระหว่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวจอมขวัญ คงสกุล รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า การหารือร่วมกันในครั้งนี้สะท้อนความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง ก.ล.ต. ธปท. และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในการยกระดับการกำกับดูแลธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ stablecoin เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการเลี่ยงโอนเงินระหว่างประเทศ พร้อมผลักดันแนวทางกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ คาดว่าจะมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนภายในปีนี้
นางสาวพิมพ์พันธ์ เจริญขวัญ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธปท. กล่าวว่า ธปท. ให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือของระบบการเงิน จึงพร้อมประสานความร่วมมือกับ ก.ล.ต. และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการกำกับดูแลธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ stablecoin โดยมุ่งพัฒนามาตรการการกำกับดูแล เพื่อลดความเสี่ยงด้านการฟอกเงินและการเลี่ยงโอนเงินระหว่างประเทศ
นายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ประธานสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDO) กล่าวว่า TDO ยึดมั่นในการพัฒนาอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยให้เติบโตบนพื้นฐานของความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส และการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง พร้อมร่วมมือกับ ก.ล.ต. และ ธปท. ในการป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตลอดจนผลักดันการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะการกำหนดแนวปฏิบัติด้านการตรวจสอบและติดตามลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูง (Enhanced Due Diligence: EDD) ให้มีมาตรฐานร่วมกันทั้งอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยง สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการ และสนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลไทยอย่างยั่งยืน
รายงานจากสำนักงาน ก.ล.ต. ระบุด้วยว่า ที่ผ่านมา ก.ล.ต. มีมาตรการป้องกันการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในการดำเนินธุรกรรมต้องสงสัยผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล อาทิ การยกระดับการทำความรู้จักลูกค้าการตรวจสอบข้อมูลลูกค้า การจัด customer profiling เพื่อจำกัดวงเงินการถอนสินทรัพย์ดิจิทัลต่อวัน การตรวจสอบลูกค้าเพิ่มเติมในกรณีที่เป็นลูกค้าซึ่งมีความเสี่ยงสูง การกำหนดมาตรฐานป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (shared responsibility) การพิจารณาและติดตามธุรกรรมต้องสงสัยสำหรับกำหนดแนวทางการตรวจสอบ คัดกรองบัญชีม้า บุคคล หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความเสี่ยงเพื่อสกัดกั้นธุรกรรมผิดกฎหมาย
การใช้เครื่องมือติดตามเส้นทางการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ดิจิทัลและตรวจสอบความเชื่อมโยงกับกระเป๋าที่มีความเสี่ยงหรืออยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง การพัฒนาระบบติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ stablecoin เช่น smart detection เพื่อช่วยคัดกรองพฤติกรรมต้องสงสัย รวมถึงการเตรียมใช้ Travel Rule เพื่อให้สามารถระบุและตรวจสอบข้อมูลของผู้ทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะออกหลักเกณฑ์ภายในสิงหาคม 2569 และเริ่มใช้บังคับภายในกุมภาพันธ์ 2570
ทั้งนี้ ก.ล.ต. เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกทั้งการป้องกัน ปราบปราม และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมเดินหน้าประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับการป้องกันและยับยั้งการฟอกเงินในตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยอย่างเป็นระบบ

