สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ชี้ ‘บาทแข็ง’ จากปัจจัยภายนอก คาดค่าบาทปีนี้ 32.5 บาท/ดอลลาร์

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ชี้ ‘บาทแข็ง’ จากปัจจัยภายนอก คาดค่าบาทปีนี้ 32.5 บาท/ดอลลาร์
ภาพประกอบข่าว

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ชี้ ‘บาทแข็ง’ จากปัจจัยภายนอก เงินเยนแข็ง-ดอลลาร์อ่อน-ทองคำพุ่ง คาดการณ์ค่าบาทปลายปี’69 อยู่ที่ 32.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

นายทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) เปิดเผยว่า การที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้เป็นผลมาจากปัจจัยภายนอก (Global Factors) จากการที่มีการช่วยเหลือค่าเงินเยนให้แข็งค่าขึ้น ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง และส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งในช่วงสัปดาห์

อีกทั้งในช่วง 1-2 วันนี้ ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้น จาก 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เป็น 4,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งก็ส่งผลต่อค่าเงินบาทเช่นกัน เนื่องจากค่าเงินบาทแปรผันตรงกับราคาทองคำในทิศทางบวก

ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์นี้ สงครามตะวันออกกลางเริ่มมีทิศทางดีขึ้น ราคาน้ำมันยังนิ่ง และธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย ดังนั้นดอกเบี้ยในตลาดสหรัฐฯ ค่อนข้างลดลง ซึ่งส่งผลลบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น

“การที่ค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็วในช่วงสัปดาห์นี้ เป็นผลมาจากปัจจัยภายนอก คือดอลลาร์สหรัฐกลับมาอ่อนค่า เงินเยนกลับมาแข็งค่า ราคาทองพุ่งขึ้นมา ดอกเบี้ยในตลาดสหรัฐฯ ลดลง สหรัฐฯ ยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย สงครามยังนิ่งๆ น้ำมันก็นิ่งๆ” นายทิม กล่าว

ขณะที่ปัจจัยภายใน (Local Story) ก็ไม่ได้ซัพพอร์ตค่าเงินบาทนัก จึงแบ่งเป็น 2 แนวคิด ได้แก่ 1.ค่าเงินบาทจะแข็งต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จริงไหม เพราะปัจจัยภายในไม่ซัพพอร์ตค่าเงินบาท และ 2.คาดการณ์ค่าเงินบาทสิ้นปี 2569 อยู่ที่ 32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไม่นับว่าแข็งค่าเมื่อเทียบกับต้นปีที่ 31.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

“อาทิตย์นี้ค่าบาทแข็งจาก Global Factor ขณะที่ Local Stories ยังไม่ค่อยซัพพอร์ตเท่าไร คาดการณ์ค่าเงินบาทปลายปีที่ 32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อาจดูแข็งค่าเมื่อเทียบกับวันนี้ แต่ไม่ได้แข็งค่าเมื่อเทียบกับต้นปี ดังนั้นเรายังมีแนวคิดว่าค่าเงินบาทยังอยู่ในโซนอ่อนค่าอยู่” นายทิม กล่าว

ปัจจัยภายในที่ไม่ซัพพอร์ตบาท ได้แก่ การเติบโตของจีดีพีไตรมาส 2 ที่อาจได้รับผลกระทบจากสงคราม ทำให้คาดการณ์จีดีพีว่าอาจต่ำกว่า 2% ส่วนไตรมาส 3 จะเริ่มฟื้นตัว และยังต้องติดตามไตรมาส 4 ขณะที่สถานการณ์การเมืองในประเทศเริ่มมีปัญหามากขึ้น อย่างไรก็ดี ฟิตช์เรตติ้งอาจปรับเรตติ้งใน 1-2 เดือนนี้ รวมทั้งไทยยังมีการนำเข้าสูง ซึ่งไม่เป็นบวกกับค่าเงินบาท และด้านการท่องเที่ยวที่ต้องรอดูปลายปี

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚