SPCG เปลี่ยนมือ! กลุ่มทุนใหม่ถือ 57.46% จ่อทำเทนเดอร์ฯ หุ้นที่เหลือ
SPCG เปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งใหญ่ หลังกลุ่มทุนใหม่เข้าซื้อหุ้นรวม 606.69 ล้านหุ้น หรือ 57.46% จาก “วันดี-เคียวเซร่า” ดัน เจอาร์ที กรีน เอ็นเนอร์ยี่ ขึ้นผู้ถือหุ้นใหญ่ 25.18% พร้อมกลุ่ม Premia-วรสิทธิ์ ขณะที่บอร์ดปรับชุดใหญ่ เตรียมยื่นเทนเดอร์ฯ ภายใน 1 ก.ย.นี้
บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งสำคัญ หลังกลุ่มผู้ซื้อเข้าซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมรวม 606.69 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 57.46% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด ตามสัญญาซื้อขายหุ้นลงวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ส่งผลให้ SPCG เปลี่ยนกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ พร้อมปรับโครงสร้างคณะกรรมการและผู้บริหารหลายตำแหน่ง
ภายหลังการทำรายการ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใหม่ของ SPCG ประกอบด้วย บริษัท เจอาร์ที กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ถือหุ้น 265.89 ล้านหุ้น หรือ 25.18% ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ตามด้วย Premia Global Limited ถือหุ้น 225.89 ล้านหุ้น หรือ 21.40% นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ถือหุ้น 74.61 ล้านหุ้น หรือ 7.07% และบริษัท พรีเมีย โกลบอล ไทย จำกัด ถือหุ้น 40.30 ล้านหุ้น หรือ 3.82%
ขณะที่ผู้ถือหุ้นเดิมรายสำคัญทยอยออกจากโครงสร้าง โดย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ซึ่งเดิมถือหุ้น SPCG สัดส่วน 46.08% ได้ขายหุ้นออกทั้งหมด ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นลดลงเหลือ 0% เช่นเดียวกับ Kyocera Corporation พันธมิตรจากญี่ปุ่น ซึ่งขายหุ้นที่ถืออยู่ประมาณ 6.01% ออกทั้งหมด
เปิดโครงสร้างกลุ่มทุนใหม่
สำหรับกลุ่มผู้ซื้อประกอบด้วยนักลงทุนจากหลายกลุ่มธุรกิจ มีนายเกรียงไกร จารุทวี เข้ามาเป็นผู้ทำคำเสนอซื้อร่วม (Concert Party) และลงทุนผ่านบริษัท เจอาร์ที กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ซึ่งภายหลังธุรกรรมกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ SPCG ด้วยสัดส่วน 25.18% กลุ่มจารุทวีมีฐานการลงทุนในธุรกิจตลาดทุน และมีความเกี่ยวข้องกับบริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ XPG ขณะที่การปรับโครงสร้าง SPCG ครั้งนี้ มีนายเกรียงศักดิ์ จารุทวี เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัทด้วย
อีกกลุ่มหนึ่งประกอบด้วยนายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ และกลุ่ม Premia ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับบริษัท เอฟเอ็นเอส โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรืออดีตบริษัท ฟินันซ่า จำกัด (มหาชน) รวมถึงบริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK โดยมีประสบการณ์ในธุรกิจวาณิชธนกิจ การลงทุน และ Private Equity กลุ่มดังกล่าวเข้าถือหุ้น SPCG โดยนายวรสิทธิ์ถือหุ้นโดยตรง 7.07% ขณะที่ Premia Global Limited และบริษัท พรีเมีย โกลบอล ไทย จำกัด ถือหุ้นอีก 21.40% และ 3.82% ตามลำดับ
การเข้าซื้อหุ้นรวม 57.46% ส่งผลให้กลุ่มผู้ซื้อ รวมถึงนายเกรียงไกร จารุทวี ในฐานะ Concert Party มีหน้าที่ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ SPCG หรือ Mandatory Tender Offer ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยเตรียมยื่นแบบคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ หรือแบบ 247-4 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ภายในวันที่ 1 กันยายน 2569
อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ซื้อระบุว่า ไม่มีความตั้งใจนำหุ้น SPCG ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และในช่วง 12 เดือนนับจากสิ้นสุดการทำคำเสนอซื้อ ยังไม่มีแผนเปลี่ยนแปลงธุรกิจหลักของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ กลุ่มผู้ซื้อมีแผนศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายธุรกิจหรือเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ เพื่อสร้างมูลค่าให้แก่ SPCG ในอนาคต
นอกจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นแล้ว SPCG ยังปรับโครงสร้างคณะกรรมการและฝ่ายบริหาร โดยคณะกรรมการบริษัทรับทราบการลาออกของกรรมการ 3 ราย ได้แก่ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ จากตำแหน่งประธานกรรมการ, นางสาวออมสิน ศิริ จากตำแหน่งกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และนางประเสริฐสุข เพฑูรย์สิทธิชัย จากตำแหน่งกรรมการอิสระ
พร้อมกันนี้ ได้แต่งตั้งนายนำชัย หล่อวัฒนตระกูล เป็นประธานกรรมการและกรรมการอิสระ ขณะที่นายแอลเลน ย่า-หลุน หวั่ง (Mr. Allen Ya-Lun WANG) และนายเกรียงศักดิ์ จารุทวี เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ ด้านสายงานการเงิน บริษัทแต่งตั้งนายวุฒิชัย ตันกุรานันท์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานบัญชีและการเงิน หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (CFO) มีผลตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2569 แทนนายยุทธพงษ์ อาจหาญ ซึ่งสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งในวันเดียวกัน
ส่วนตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ SPCG ยังไม่มีการแต่งตั้งบุคคลใหม่ โดยกลุ่มผู้ซื้ออยู่ระหว่างสรรหาบุคคลที่เหมาะสมเข้ารับตำแหน่ง
ขณะเดียวกัน SPCG ได้เปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท โดยกำหนดให้นายแอลเลน ย่า-หลุน หวั่ง และนายเกรียงศักดิ์ จารุทวี ลงลายมือชื่อร่วมกัน พร้อมประทับตราสำคัญของบริษัท

