3 บิ๊กค้าทองคำไทย แนะจุดลงทุน-โอกาสสู่ High SCB ดัน 17 ล้านรายเทรด USD
ปี 2569 นี้ราคาทองคำผันผวนอย่างหนัก โดยหลังจากเปิดต้นปีมาผลตอบแทนเป็นบวกได้ในช่วง 2 เดือนแรก จากนั้นตั้งแต่เดือน มี.ค. ทองคำก็ติดลบมาตลอด จนถึงเดือน มิ.ย. ราคาดิ่งหนักจนเกือบหลุด 4,000 ดอลลาร์ ทำเอาบรรดานักลงทุนใจหายใจควํ่าไปตาม ๆ กัน อย่างไรก็ดี ล่าสุดในเดือน ก.ค. ราคาทองคำเริ่มฟื้นกลับขึ้นมาให้ผลตอบแทนเป็นบวกครั้งแรก และต่อเนื่องมาถึงเดือน ส.ค. ที่ยังดูดี มองต่อไปจนถึงสิ้นปีจะเป็นอย่างไร ทองจะกลับไปสู่จุดสูงสุดเดิมที่เคยทำไว้ได้หรือไม่
ส่องโอกาสกลับจุดสูงสุดเดิม
โดย “ธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง กล่าวว่า ต้นปีที่ผ่านมา ราคาทองคำขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 5,595 เหรียญ จากนั้นก็หล่นลงมา 5 เดือน ทำให้นักลงทุนค่อนข้างกลัว แต่มาเดือน ส.ค. นี้ก็เริ่มเป็นขาขึ้น และเป็นจุดที่ทุกคนกำลังจับตาสถานการณ์การเลือกตั้งกลางเทอมที่จะเกิดขึ้นในสหรัฐ ซึ่งในส่วนของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ก็ต้องระวังเรื่องเงินเฟ้อ ที่หากสูงก็จะกระทบฐานเสียง ก็จะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทอง เพราะทองไม่ค่อยชอบเวลาดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น
“ปีนี้ในมุมมองของฮั่วเซ่งเฮง ก็มองว่าราคาทองจะปรับขึ้นในไตรมาสสุดท้าย แต่อาจจะไม่ไปถึงจุด All Time High ที่เคยขึ้นไปตอนต้นปี แต่ไปถึงปีหน้า หรืออีก 2-3 ปีถัดไป คิดว่าความผันผวนในเรื่องของโลกการเงินต่าง ๆ และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ก็ยังส่งผลให้ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่ทุกคนยังมีความเชื่อมั่นในการกระจายพอร์ตลงทุน”

ขณะที่ “ฐิภา นววัฒนทรัพย์” ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท วายแอลจี กรุ๊ป จำกัด (YLG GROUP) กล่าวว่า YLG มองว่า 3-5 ปีทิศทางทองคำยังเป็นบวก โดยจนถึงปลายปีมองว่ามีโอกาสขึ้นไปที่ 4,900 ดอลลาร์ และเชื่อว่าปีหน้าจะกลัไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมได้อีกครั้ง รวมทั้งมีโอกาสขึ้นไป 6,000 ดอลลาร์ได้
“วันนี้สตาร์ตที่แถว ๆ 4,400 เหรียญ นับว่าเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าทยอยสะสม”
เช่นเดียวกับ “ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ” ประธานฝ่ายบริหาร กลุ่มบริษัทในเครือเอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) กล่าวว่า การคาดการณ์ราคาทองคำของสถาบันการเงินหลายแห่งต่างก็มองว่า ในระยะ 1-2 ปีนี้ โอกาสที่ราคาจะกลับไปจุดสูงสุดเดิมที่กว่า 5,000 เหรียญยังมีสูง เนื่องจากสงครามที่เกิดขึ้นสหรัฐต้องใช้งบประมาณซื้ออาวุธไปมาก ซึ่งมีผลต่อเงินเฟ้อของสหรัฐที่จะเพิ่มขึ้น ดังนั้นระยะสั้นอาจจะกระทบกับราคาทองคำบ้าง
“จุดที่ลงไปที่แถว ๆ 4,000 เหรียญ นับเป็นจุดที่น่าเข้าซื้อ ซึ่งการที่ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดให้เทรดทองคำผ่านแอปพลิเคชั่น SCB EASY หรือ SCB Gold Marketplace ที่ไม่ได้ซื้อขายได้แค่เวลาทำการเหมือนตลาดหุ้น แต่กลางคืนก็เปิดให้เทรดได้โดยเปิดตั้งแต่เช้า 07.00 น. จนถึง 03.00 น. ก็เป็นโอกาสที่จะลงทุน เพราะเทรนด์ระยะยาวก็ยังมีโอกาสกลับไปถึง High เดิม ดังนั้นก็ทยอยเก็บสะสมได้ในช่วงนี้”
SCB ชู “Gold Marketplace”
ล่าสุด ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดตัว “SCB Gold Marketplace” บริการซื้อ-ขายทองคำผ่านแอป SCB EASY ครั้งแรก ซึ่งเป็นการรวม 3 ร้านทองยักษ์ใหญ่ของประเทศไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ทั้งฮั่วเซ่งเฮง-แม่ทองสุก-วายแอลจี โดยลูกค้าสามารถเทรดทองคำด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ผ่านบัญชี SCB e-FCD (Foreign Currency Deposit) เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงทองคำราคาอ้างอิงตลาดโลก ทั้งแบบ 96.5% และ 99.99% ซึ่งการเทรดผ่านทั้ง 3 ร้านไม่มีค่าธรรมเนียม และเริ่มต้นลงทุน 0.05 บาททอง หรือ 0.05 ออนซ์ พร้อมทั้งสามารถถอนทองคำจริงได้ที่ร้านค้าพันธมิตร หรือจัดส่งถึงบ้านได้อีกด้วย
“สารัชต์ รัตนาภรณ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า วันนี้ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีความผันผวน เศรษฐกิจโลกต้องเผชิญราคาพลังงานสูง ทำให้นักลงทุนจำนวนมากหันมาให้ความสนใจทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่สิ่งที่ท้าทายคือ การเข้าถึงการลงทุน ที่ต้องรวดเร็ว ฉับไว
“ไทยเป็นประเทศที่มีการซื้อขายทองคำมากเป็นอันดับต้น ๆ ซึ่งหากย้อนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การลงทุนทองคำเติบโตอย่างมาก มูลค่าสูงถึง 50% ของ GDP ขณะที่ปริมาณการซื้อขายรายวันก็โตกว่าตลาดหุ้นค่อนข้างมากแล้ว จึงเป็นที่มาของการเปิดตัว SCB Gold Marketplace โดยจับมือกับพันธมิตรทั้ง 3 ราย ที่เป็นผู้ค้ารายใหญ่ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญการลงทุนทองคำ”
EASY ต่อยอด Wealth Platform
ขณะที่ “แพททริก ปูเลีย” Head of Financial Markets ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า SCB Gold Marketplaceได้รับการพัฒนาขึ้นจาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การเติบโตของการลงทุนผ่านมือถือ ความสนใจในสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์ที่เพิ่มขึ้น และความต้องการกระจายความเสี่ยงท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งทำให้ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั่วโลก รวมถึงธนาคารกลางต่าง ๆ
“เราจึงนำความเชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์มดิจิทัล และตลาดการเงินของเรา มาผสานกับจุดแข็งของพันธมิตร เพื่อผลักดัน SCB Gold Marketplace ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนที่สะดวก โปร่งใส และเข้าถึงได้ง่ายบน SCB EASY เพื่อต่อยอดบทบาทของธนาคารในการเป็น Wealth Platform ที่เชื่อมลูกค้าเข้ากับโอกาสการลงทุนสำคัญจากทั่วโลก”
โดยปัจจุบันธนาคารไทยพาณิชย์มีฐานลูกค้า SCB EASY มีผู้ใช้งานกว่า 17 ล้านราย ซึ่งมีความพร้อมในการกระจายความเสี่ยง ด้วยการไปลงทุนสินทรัพย์ต่างประเทศมากขึ้น สะท้อนจากมีการเปิดบัญชี e-FCD กันมากขึ้น มีการถือครองสกุลเงินดอลลาร์มากขึ้น
“ทุกวันนี้เจเนอเรชั่นใหม่ ๆ เขาพร้อมที่จะลงทุนในหุ้นต่างประเทศมากขึ้น พร้อมที่จะลงทุนในสินทรัพย์ที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้น เมื่อลูกค้าพร้อมเราก็พร้อม ซึ่งอาวุธหลักของเราก็คือ SCB EASY ที่มีผู้ใช้งานกว่า 17 ล้านราย และเป็นกลุ่มที่เริ่มลงทุน เริ่มเติบโตไปกับเรา เขาจะมีความมั่งคั่งไปพร้อม ๆ กับเรา เราเองก็มีหน้าที่ตอบโจทย์สิ่งเหล่านี้”

