บลจ.กสิกรไทย ส่ง 2 กอง ThaiESGX ชูหุ้นปันผลยีลด์ 5.4%

บลจ.กสิกรไทย ส่ง 2 กอง ThaiESGX ชูหุ้นปันผลยีลด์ 5.4%
ภาพประกอบข่าว

บลจ.กสิกรไทย คงเป้าดัชนี SET สิ้นปี 1,700 จุด มองหุ้นไทยยังน่าสนใจ หลังมูลค่าหุ้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต คาดกำไร บจ.ปี 2570 โต 5% ชู 2 กองทุน ThaiESGX เน้นหุ้นปันผลสูงและหุ้นผสมตราสารหนี้ รับโอกาสลงทุนโค้งท้ายปี พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 3 แสนบาท

นางสาวภารดี มุณีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน (Chief Investment Officer) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยพื้นฐานที่น่าสนใจ โดยคาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนในปี 2570 จะเติบโตประมาณ 5% ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Dividend Yield) คาดอยู่ที่ 3.8%

ด้านมูลค่าหุ้น (Valuation) ยังอยู่ในระดับน่าสนใจ โดยอัตราส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้า 12 เดือน (Forward P/E) อยู่ที่ 13.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 15.6 เท่า บลจ.กสิกรไทยจึงยังคงเป้าหมายดัชนี SET สิ้นปีที่ระดับ 1,700 จุด โดยมีประสิทธิผลของนโยบายภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม ซึ่งอาจสร้างโอกาสปรับเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิม (Upside)

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน บลจ.กสิกรไทยให้น้ำหนักกับการคัดเลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ฐานะการเงินมั่นคง และมีศักยภาพจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาด โดยคาดว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ของพอร์ตจะอยู่ที่ประมาณ 5.4% ขณะที่ Forward P/E อยู่ที่ 11.9 เท่า ต่ำกว่าดัชนี SET ที่ 13.5 เท่า

แนวทางดังกล่าวมุ่งสร้างโอกาสรับผลตอบแทนทั้งจากเงินปันผลและการเพิ่มขึ้นของมูลค่าเงินลงทุนในระยะยาว ซึ่งนำมาใช้เป็นกลยุทธ์บริหารกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (ThaiESGX) จำนวน 2 กองทุน ได้แก่ K-HDThaiESGX-N และ K-70ThaiESGX-N

นางสาวภารดี กล่าวว่า กองทุน K-HDThaiESGX-N เน้นลงทุนในหุ้นไทยเพื่อความยั่งยืนประมาณ 90-100% ของพอร์ต โดยคัดเลือกบริษัทที่มีความสามารถทำกำไร ฐานะการเงินมั่นคง และมีประวัติหรือศักยภาพจ่ายเงินปันผลสูงอย่างสม่ำเสมอ ผ่านกลยุทธ์คัดเลือกหุ้นเชิงบวก (Positive Screening) ควบคู่กับการพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความผันผวนของตลาดหุ้นได้และต้องการลงทุนระยะยาว

ส่วนกองทุน K-70ThaiESGX-N เป็นกองทุนผสมที่กระจายการลงทุนระหว่างหุ้นไทยเพื่อความยั่งยืนที่มีศักยภาพจ่ายเงินปันผลสูง ในสัดส่วนไม่เกิน 70% และตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนประมาณ 30%

สำหรับตราสารหนี้จะเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรหรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน รวมถึงหุ้นกู้เอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถือระดับลงทุนได้ (Investment Grade) เพื่อช่วยบริหารความผันผวนของพอร์ต จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลาง

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยกองทุน K-HDThaiESGX-N มีสัดส่วนหุ้นสูงกว่า จึงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดหุ้นมากกว่า ขณะที่ K-70ThaiESGX-N มีตราสารหนี้เข้ามาช่วยกระจายความเสี่ยง

ด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี การลงทุนในกองทุนทั้ง 2 กองทุนสามารถนำเงินลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุด 300,000 บาท โดยใช้วงเงินร่วมกับกองทุน ThaiESG และต้องถือครองหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปีแบบวันชนวัน ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ปัจจุบันทั้ง 2 กองทุนเปิดให้ลงทุนแล้ว โดยกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ 500 บาท ผ่านช่องทาง K PLUS, K-My Funds ธนาคารกสิกรไทย และผู้แทนสนับสนุนการขาย

อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนควรศึกษานโยบายการลงทุน ความเสี่ยง และเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ทางภาษีก่อนตัดสินใจ เนื่องจากผลการดำเนินงานในอดีตไม่สามารถยืนยันผลตอบแทนในอนาคตได้

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚