‘มอร์แกน สแตนลีย์’ อัพเป้า 6 หุ้นพลังงาน SPRC-TOP-PTTGC นำทีม

‘มอร์แกน สแตนลีย์’ อัพเป้า 6 หุ้นพลังงาน SPRC-TOP-PTTGC นำทีม
ภาพประกอบข่าว

จับตาหุ้นพลังงาน PTT-TOP-PTTGC-OR-BCP-SPRC หลัง “มอร์แกน สแตนลีย์” ปรับราคาเป้าหมายขึ้น โดย SPRC ถูกขยับแรงสุดเกือบ 53% ตามด้วย PTTGC กว่า 37% สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อวัฏจักรโรงกลั่นและปิโตรเคมี หลังค่าการกลั่นยืนสูง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นของไทยกลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนอีกครั้ง หลัง Morgan Stanley ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้นไทยขนาดใหญ่ในกลุ่มพลังงาน 6 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เพิ่มเป็น 44.90 บาท จาก 39.40 บาท, บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เป็น 87 บาท จาก 70 บาท, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เป็น 59 บาท จาก 43 บาท

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เป็น 14.60 บาท จาก 14.30 บาท, บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP เป็น 65.70 บาท จาก 51 บาท และบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC เป็น 19.70 บาท จาก 12.90 บาท

อย่างไรก็ดี การปรับประมาณการรอบนี้มีนัยสำคัญ เพราะไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะหุ้นรายตัว แต่กระจายตั้งแต่ธุรกิจพลังงานครบวงจร โรงกลั่น ปิโตรเคมี ไปจนถึงค้าปลีกน้ำมัน

เบื้องหลังการปรับราคาเป้าหมายไม่ได้เกิดจากผลประกอบการไตรมาสเดียวเท่านั้น แต่เชื่อมโยงกับมุมมองของ Morgan Stanley ที่มีต่อโครงสร้างอุตสาหกรรมโรงกลั่นโลก โดยก่อนหน้านี้ประเมินว่าอุตสาหกรรมกำลังอยู่ในช่วงที่เรียกว่า “Golden Age of Refining” จากภาวะความต้องการผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เพิ่มเร็วกว่ากำลังการกลั่นใหม่ของโลก

อีกทั้ง Morgan Stanley ประเมินว่าในช่วงปี 2568-2571 ความต้องการผลิตภัณฑ์น้ำมันทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่กำลังการกลั่นใหม่เพิ่มขึ้นไม่ถึง 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้ส่วนต่างระหว่างอุปสงค์กับกำลังผลิตยังเอื้อต่อค่าการกลั่น

ขณะเดียวกัน กำลังการกลั่นของรัสเซียราว 2-3 ล้านบาร์เรลต่อวันได้รับผลกระทบ ประกอบกับการปิดโรงกลั่นบางส่วนในญี่ปุ่นและประเทศกลุ่ม OECD รวมถึงข้อจำกัดด้านการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันของโรงกลั่นอิสระในจีน ยิ่งทำให้อุปทานผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกตึงตัว

อีกปัจจัยคือการสร้างโรงกลั่นใหม่ต้องใช้เงินลงทุนสูงและใช้เวลาคืนทุนนาน โดย Morgan Stanley ประเมินว่าโรงกลั่นขนาดประมาณ 400,000 บาร์เรลต่อวันอาจต้องใช้เงินลงทุนถึง 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยประมาณ 16 ปี ส่งผลให้การเพิ่มกำลังผลิตใหม่เกิดขึ้นได้ไม่ง่ายนัก

จากโครงสร้างดังกล่าว Morgan Stanley คาดว่าค่าการกลั่นจะสามารถยืนสูงกว่าค่าเฉลี่ยกลางวัฏจักรราว 20-25% โดยประเมินค่าการกลั่นไว้ที่ 14.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2569, 12 ดอลลาร์ในปี 2570 และ 10.5 ดอลลาร์ในปี 2571 พร้อมปรับประมาณการกำไรต่อหุ้นของบริษัทโรงกลั่นขึ้นประมาณ 30-50%

หุ้นที่โดดเด่นที่สุดในการปรับประมาณการรอบนี้คือ SPRC ซึ่งถูกเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 12.90 บาท เป็น 19.70 บาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 52.7% ก่อนการปรับเป้าครั้งล่าสุดเพียงไม่กี่วัน Morgan Stanley ระบุว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ SPRC สูงกว่าที่คาดประมาณ 10% ขณะที่บริษัทสร้างกระแสเงินสดอิสระคิดเป็นสัดส่วนเกือบหนึ่งในสามของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด

SPRC มีค่าการกลั่นในไตรมาส 2/2569 สูงถึง 23.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งอยู่ในกลุ่มบนของโรงกลั่นทั่วโลก และประเมินว่าระดับค่าการกลั่นที่สามารถรักษาได้ในระยะต่อไปอาจอยู่บริเวณ 15-16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความต้องการน้ำมันดีเซลและเบนซินที่ยังแข็งแกร่ง

ด้าน TOP ถูกปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 87 บาท จาก 70 บาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 24.3% หลังจากก่อนหน้านี้ Morgan Stanley ได้ปรับมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มโรงกลั่นไทยอยู่แล้ว ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับผลประกอบการ TOP ไตรมาส 2/2569 ที่มีกำไรสุทธิประมาณ 8.3 พันล้านบาท สูงกว่าประมาณการตลาดที่ประมาณ 7.2 พันล้านบาท แม้ยังมีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันและการป้องกันความเสี่ยงรวมประมาณ 5.7 พันล้านบาท และรายการด้อยค่าที่เกี่ยวข้องกับโครงการพลังงานสะอาด (CFP) ประมาณ 1 พันล้านบาท

อีกตัวที่น่าจับตาคือ PTTGC ซึ่งรอบล่าสุดถูกเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 43 บาท เป็น 59 บาท เพิ่มขึ้นประมาณ 37.2% ที่สำคัญ หากย้อนกลับไปเมื่อเดือน ก.พ. 2569 Morgan Stanley เพิ่งปรับราคาเป้าหมาย PTTGC จาก 26 บาท เป็น 29 บาท พร้อมคงคำแนะนำ Overweight โดยขณะนั้นให้น้ำหนักกับการลดภาระหนี้ การลดเงินลงทุนในช่วงปี 2569-2570 รวมถึงโอกาสฟื้นตัวของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี

BCP ถูกเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 51 บาท เป็น 65.70 บาท หรือประมาณ 28.8% และเป็นหุ้นโรงกลั่นอีกตัวที่ Morgan Stanley มีมุมมองเชิงบวกมาตั้งแต่เดือน ก.ค. โดยในครั้งนั้นปรับเป้าหมายจาก 49.30 บาทขึ้นเป็น 51 บาท พร้อมให้น้ำหนักเชิงบวกต่อ TOP, SPRC และ BCP พร้อมกัน

จึงเห็นได้ว่า การปรับราคาเป้าหมายรอบล่าสุดไม่ใช่การกลับมามองบวกต่อหุ้นโรงกลั่นแบบฉับพลัน แต่เป็นการเพิ่มน้ำหนักต่อมุมมองเดิม หลังผลประกอบการไตรมาส 2 และทิศทางค่าการกลั่นสนับสนุนสมมติฐานมากขึ้น

สำหรับ PTT ราคาเป้าหมายเพิ่มจาก 39.40 บาท เป็น 44.90 บาท หรือประมาณ 14% ขณะที่ OR เพิ่มเพียงเล็กน้อยจาก 14.30 บาท เป็น 14.60 บาท หรือประมาณ 2.1%

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚