บสย. เปิดตัว ‘นาโนพลัส’ อุ้ม SMEs ครั้งแรกค้ำประกัน ‘น็อนแบงก์-Virtual Bank’
บสย.เปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อ “นาโนพลัส” ครั้งแรกขยายภารกิจค้ำน็อนแบงก์-Virtual Bank ขานรับนโยบายรัฐ ปลดล็อก SMEs รายย่อยกว่า 1 แสนราย เข้าถึงแหล่งทุน ชี้เริ่มต้นค้ำ 5,000 บาท สูงสุด 50,000 บาท/ราย ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกันตลอด 4 ปี
ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้เปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัส (Nano Plus) ซึ่งเป็นโครงการที่เข้าไปช่วยกลุ่มรายย่อย Micro SMEs พ่อค้า แม่ค้า อาชีพอิสระ ซึ่งถือเป็น “กลุ่มเปราะบาง” ที่มีปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อ และขาดสภาพคล่อง โดยสถาบันการเงินมองว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากข้อมูลทางการเงินไม่สมบูรณ์ ส่วนใหญ่จึงหันไปพึ่งพาสินเชื่อนอกระบบ
“โครงการนี้เป็นการขยายการค้ำประกันสินเชื่อไปสู่ผู้ให้บริการทางการเงินประเภทน็อนแบงก์ที่ให้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ SMEs รายย่อย อาชีพอิสระ ที่ขาดคนค้ำประกัน สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น รวมถึงรองรับผู้ให้บริการทางการเงินกลุ่ม Virtual Bank (ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา) อีกด้วย เป็นครั้งแรกของ บสย. ทำให้ตอนนี้เราค้ำได้หมด ซึ่งเป็นภารกิจในวาระที่ 2 ในการดำรงตำแหน่งของผม”

ดร.สิทธิกร กล่าวว่า ตลอดปีนี้จากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น และกำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัว ส่งผลกระทบชัดเจนต่อผู้ประกอบการ SMEs คนตัวเล็ก ที่ต้องเผชิญกับปัญหาสภาพคล่อง เงินทุนหมุนเวียนที่ไม่เพียงพอ กลายเป็นโจทย์หลักของภาครัฐในการปลดล็อก SMEs รายย่อย (Micro SMEs) ให้คนกลุ่มนี้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
โดย Nano Plus เป็นโครงการที่ บสย. ร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และผู้ให้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งมีช่องทางบริการทางการเงินที่เข้าถึงได้ง่าย มีหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่ยืดหยุ่น เพิ่มโอกาสให้กลุ่มพ่อค้า แม่ค้า หรือร้านค้าขนาดเล็ก ที่ต้องการเงินทุนไม่สูงมากเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการค้าขาย ตั้งแต่หลักพันบาทขึ้นไป โดยมี บสย. เข้าไปช่วยดูดซับความเสี่ยงด้าน Credit Cost และเพิ่มโอกาสด้านเครดิต (Credit Enhancement) ให้
“วงเงินค้ำประกันสินเชื่อโครงการนี้อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท เริ่มต้นในเฟสแรก 500 ล้านบาท ระยะเวลาค้ำประกันสั้นไม่เกิน 4 ปี และใช้เครื่องมือ บสย. เครดิตสกอริ่ง (TCG Score) สำหรับคนตัวเล็กในการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งโครงการคาดว่าจะช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อกว่า 100,000 ราย เฉลี่ยรายละ 20,000 บาท รักษาการจ้างงาน 146,000 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 9,860 ล้านบาท”

ดร.สิทธิกร กล่าวว่า Nano Plus จะมี 3 จุดเด่นสำคัญ คือ วงเงินค้ำประกันสินเชื่อ เริ่มต้น 5,000 บาท สูงสุด 50,000 บาท ต่อราย, ระยะเวลาค้ำประกันสินเชื่อสูงสุด 4 ปี และฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกันตลอด 4 ปี (คิดค่าธรรมเนียมตามระดับความเสี่ยง Risk-based Pricing โดยสถาบันการเงิน และ Non-Bank ช่วยออกให้ และ บสย. ช่วยชดเชยกรณีเกิดหนี้เสีย (NPL) สูงถึง 5%
“โครงการนี้ถือเป็นมาตรการเสริมสภาพคล่อง เพื่อช่วยเหลือ SMEs คนตัวเล็ก พ่อค้า แม่ค้า ทั้งที่อยู่ในแพลตฟอร์มดิจิทัลของรัฐบาล โดยเฉพาะร้านค้าในโครงการไทยช่วยไทย ที่ใช้ AI นกกระซิบ และกลุ่มที่ค้าขายทั่วไป ในภาวะที่เศรษฐกิจมีความผันผวนจากปัจจัยลบรอบด้าน กำลังซื้อที่หดตัว และต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อกระตุ้นให้สถาบันการเงินของรัฐ และ Non-Bank มีความเชื่อมั่นในการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น และทำให้กลุ่มเปราะบาง พ่อค้า แม่ค้า สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายยิ่งขึ้น”

