EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’

EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
ภาพประกอบข่าว

สงครามไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจของยูเครนหยุดเดิน ประธาน EBRD เผยธนาคารยังลงทุนในประเทศเกือบ 2 พันล้านยูโรต่อปี เน้นให้ไฟฟ้า รถไฟ และธุรกิจดำเนินต่อได้ ขณะเดียวกันยังเดินหน้าปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ และเตรียมตลาดทุนรองรับการฟื้นฟูในระยะยาว พร้อมระดมทุนซ่อมโครงสร้างครอบพื้นที่เชอร์โนบิล

ผู้สื่อข่าวรายงานจากเวที Leaders’ Speaker Series เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2569 ในงานประชุม IMF–World Bank 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่ง นางโอดิล เรอโน-บาสโซ (Odile Renaud-Basso) ประธานธนาคารเพื่อการบูรณะและพัฒนาแห่งยุโรป (EBRD) ได้เปิดสนทนาถึง “บทบาทของธนาคารในการประคองเศรษฐกิจของประเทศยูเครนในระหว่างช่วงสงคราม”

คำถามตั้งต้นของ EBRD หลังสงครามเริ่มขึ้นไม่ใช่เพียงว่าจะลงทุนได้อีกเท่าไร แต่เป็นคำถามที่ว่า

สถาบันเพื่อการพัฒนาจะช่วยประเทศที่กำลังถูกโจมตีได้อย่างไร ?

เรอโน-บาสโซกล่าวว่า คำตอบที่ธนาคารพบอย่างรวดเร็วก็คือ เศรษฐกิจจะต้องดำเนินต่อไปได้ เพราะความสามารถของประเทศในการดำรงอยู่และตัดสินใจด้วยตนเองย่อมผูกกับไฟฟ้า การขนส่ง และธุรกิจที่ยังเปิดดำเนินการ

เราเห็นอย่างรวดเร็วเลยว่า การสนับสนุนเศรษฐกิจนั้นสำคัญอย่างยิ่ง หากยูเครนจะรักษาอธิปไตยและความเป็นอิสระของตนเอาไว้ได้ เศรษฐกิจของเขายังจะต้องดำเนินต่อไปแม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์การเกิดสงคราม” ประธาน EBRD กล่าว

ลงทุนเพื่อให้ “ชีวิตประจำวันของผู้คน” ไม่หยุดเดิน

“EBRD” ลงทุนในประเทศยูเครนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 ซึ่งเป็นปีที่ธนาคารก่อตั้งขึ้น ปัจจุบันประเทศยูเครนเป็นหนึ่งในประเทศที่ธนาคารลงทุนมากที่สุด โดยเรอโน-บาสโซระบุว่า EBRD ลงทุนจากงบดุลของตนเองในยูเครน เกือบ 2 พันล้านยูโรต่อปี หรือสูงกว่า 7.5 หมื่นล้านบาท เทียบกับการลงทุนรวมของธนาคารในประเทศที่ดำเนินงานทั้งหมดอยู่ที่ 16–17 พันล้านยูโรต่อปี หรือประมาณ 6–6.39 แสนล้านบาท

เงินลงทุนในยูเครนแบ่งได้เป็นสองด้านใหญ่ๆ ด้านแรกคือ ทำให้โครงสร้างพื้นฐานยังใช้งานได้ ตั้งแต่ระบบไฟฟ้า น้ำ และการขนส่ง ไปจนถึงการจัดหาก๊าซเพื่อให้ระบบทำความร้อนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจดำเนินต่อไป เธอระบุว่าเงินลงทุนของ EBRD มากกว่าหนึ่งในสามอยู่ในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือรถไฟ ในภาวะสงคราม รถไฟไม่ได้เป็นเพียงบริการแก่การเดินทาง แต่เป็นเส้นทางขนส่งทั้งผู้คนและสินค้า ทางธนาคารจึงสนับสนุนทั้งการจัดหาหัวรถจักรและการซ่อมแซมระบบขนส่ง ส่วนด้านพลังงาน ได้เข้าไปช่วยผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าซ่อมแซมและเพิ่มกำลังการผลิต รวมถึงให้ความสำคัญมากขึ้นกับพลังงานหมุนเวียน

เรอโน-บาสโซอธิบายว่า งานส่วนนี้ต่างจากการสนับสนุนเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคหรือการช่วยเหลืองบประมาณของสถาบันระหว่างประเทศอื่น EBRD มุ่งที่เศรษฐกิจจริง กล่าวคือ

ทำอย่างไรให้ผู้คนยังมีบริการพื้นฐาน และธุรกิจยังผลิตและส่งสินค้าได้

ธุรกิจยังอยู่ แต่ต้องเปลี่ยนวิธีการทำงาน

เงินลงทุนด้านที่สองคือ ภาคเอกชน EBRD มีลูกค้าเดิมอยู่ในยูเครน ทั้งธุรกิจเกษตรและอาหาร รวมถึงอุตสาหกรรมเหล็ก แต่การช่วยธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กต้องอาศัยวิธีที่ต่างออกไป ธนาคารจึงทำงานผ่านธนาคารท้องถิ่นและเครื่องมือแบ่งปันความเสี่ยง เพื่อให้สินเชื่อยังเข้าถึงผู้ประกอบการได้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอน

จากการเดินทางไปยูเครนหลายต่อหลายครั้ง เรอโน-บาสโซกล่าวว่า ภาพที่เธอเห็นนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก ทั้งแรงกดดันต่อเมือง โครงสร้างพื้นฐาน และชีวิตประจำวันของผู้คน แต่สิ่งที่ยังเห็นควบคู่กันคือการปรับตัวของประชาชนและภาคธุรกิจ โรงงานบางแห่งต้องเปลี่ยนที่ผลิต ขณะที่บางบริษัทต้องจัดเส้นทางส่งสินค้าใหม่หลังสถานที่เก็บสินค้าหรือระบบโลจิสติกส์ได้รับความเสียหาย

ด้านหนึ่งฉันเห็นแรงกดดันที่ผู้คนเหล่านั้นต้องเผชิญ แต่อีกด้านหนึ่งก็ทำให้ฉันเห็นว่าชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป และธุรกิจก็ยังต้องหาวิธีส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้า”

เธอกล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในยูเครนก่อนสงครามยังคงอยู่ รักษาการจ้างงาน และบางรายลงทุนเพิ่ม นอกจากการประคองธุรกิจเดิม ยูเครนยังมีระบบนิเวศด้านนวัตกรรมที่คึกคัก ทั้งในกรุงเคียฟและเมืองลวีฟ

ทำไมต้องปฏิรูประหว่างสงคราม ?

อีกประเด็นที่เรอโน-บาสโซเห็นว่าสำคัญไม่แพ้การหาเงินลงทุน คือ การไม่เลื่อนงานปฏิรูปออกไปจนกว่าสงครามจะจบ เธอยอมรับว่าเคยคิดว่ารัฐบาลยูเครนอาจต้องทุ่มทรัพยากรทั้งหมดให้กับปัญหาเฉพาะหน้า แต่ในทางปฏิบัติวาระปฏิรูปยังคงต้องเดินต่อด้วย

EBRD ให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลของรัฐวิสาหกิจ เพราะธนาคารลงทุนกับกิจการเหล่านี้เป็นจำนวนมาก การแต่งตั้งคณะกรรมการ ความเป็นอิสระในการบริหาร และความชัดเจนในบทบาทของรัฐบาล จึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการป้องกันการทุจริต

พร้อมกันนั้น ธนาคารยังต้องทำงานกับหน่วยงานของยูเครนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุน เพราะเมื่อถึงช่วงฟื้นฟูประเทศ ความต้องการเงินทุนจะสูง ขณะที่ธนาคารพาณิชย์อาจมีข้อจำกัดในการปล่อยกู้ ตลาดทุนจึงต้องพร้อมเป็นอีกช่องทางระดมเงิน ไม่ใช่เพิ่งเริ่มสร้างในวันที่ต้องใช้

‘เชอร์โนบิล’ การซ่อมที่ใช้เงินบริจาค ไม่ใช่เงินกู้

เรอโน-บาสโซกล่าวถึงการซ่อมแซม “Chernobyl New Safe Confinement” โครงสร้างครอบพื้นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลที่ได้รับความเสียหาย โดยระบุว่าโครงการเดิมใช้เงินราว 2 พันล้านยูโร หรือประมาณ 7.5 หมื่นล้านบาท และขณะนี้ต้องระดมทุนเพื่อซ่อมแซมอีกราว 500 ล้านยูโร หรือประมาณเกือบ 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งขณะที่เธอกำลังกล่าวอยู่บนเวที ณ ปัจจุบันระดมได้เกือบครึ่งหนึ่งของวงเงินที่ต้องการแล้ว

เหตุที่งานนี้ต้องพึ่งเงินจากประเทศผู้สนับสนุน แทนการปล่อยกู้ตามปกติ เป็นเพราะโครงสร้างดังกล่าวไม่ได้สร้างรายได้เพื่อนำมาชำระหนี้ โครงการเดิมเคยได้รับความร่วมมือจากประเทศผู้สนับสนุนกว่า 50 ประเทศ เธอหวังว่าจะเกิดความร่วมมือในลักษณะเดียวกันอีกครั้ง เพราะความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ไม่ได้มีผลเฉพาะภายในพรมแดนของประเทศยูเครน

ท้ายการสนทนาผู้ดำเนินรายการได้ถามเธอว่า หลังเดินทางกลับจากยูเครน มีสิ่งใดไหมที่ยังคงติดอยู่ในความคิดหรือในใจของเธอ เรอโน-บาสโซตอบว่า คงเป็นความตั้งใจของผู้คนในการปกป้องอนาคตของประเทศ และพลังของภาคประชาสังคมที่ร่วมด้วยช่วยกันลงมือทำ สิ่งนั้นทำให้เธอมองเม็ดเงินที่ใช้สนับสนุนประเทศยูเครนแตกต่างออกไปจากรายการค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในลิสต์

ฉันไม่ได้มองว่าการสนับสนุนยูเครนเป็นต้นทุนของธนาคารเลย แต่มองว่าเป็นการลงทุน ลงทุนในประเทศนี้ เพื่อเสถียรภาพของยุโรป และอนาคตของภูมิภาคค่ะ”

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚