ALLGOLD ผนึกกำลัง 4 ธนาคารชั้นนำ ซื้อ-ขายทองแบบ Real-time
ALLGOLD แอปพลิเคชั่นลงทุนทองคำภายใต้การบริหารของบริษัท ออโรร่า เทรดดิ้ง จำกัด ประกาศก้าวสำคัญในการสร้าง Ecosystem ด้านการลงทุน ด้วยการจับมือพันธมิตร 4 สถาบันการเงินระดับประเทศ ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา เชื่อมต่อระบบธุรกรรมทางการเงินผ่าน API โดยตรง มุ่งสร้างประสบการณ์การลงทุนทองคำออนไลน์ในยุคดิจิทัล
ท่ามกลางสภาวะตลาดทองคำในปี 2569 ที่มีความผันผวนและดึงดูดนักลงทุนรุ่นใหม่ให้เข้ามาเก็งกำไรมากขึ้น ALLGOLD เล็งเห็นถึงความสำคัญของระบบหลังบ้านที่ต้องรองรับธุรกรรมมหาศาลได้อย่างแม่นยำ การเชื่อมต่อ API โดยตรงกับ 4 ธนาคารหลัก ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย ผูกบัญชี Mobile Banking ได้โดยตรง: รองรับธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา
ซื้อ-ขายทองคำ 96.5% และ 99.99% ได้แบบ Real-time พร้อมระบบตัดเงินและรับเงินเข้าบัญชีอัตโนมัติ (ATS) ทันทีที่ทำรายการสำเร็จ, แก้ปัญหาความล่าช้า ขจัด Pain Point เรื่องความล่าช้าในการโอนเงินระหว่างแพลตฟอร์มและบัญชีธนาคารในอดีตได้อย่างเบ็ดเสร็จ ปลดล็อกความเสี่ยงค่าเงิน พร้อมรับทองแท่งจริงได้ที่ห้างเพชรทองออโรร่า
นอกจากนี้ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารไทยพาณิชย์ ยังได้ร่วมกับ ALLGOLD เพิ่มบริการใหม่ล่าสุด ลงทุนทองคำ 99.99% ผ่านบัญชี FCD สามารถอ้างอิงราคา Gold Spot ตามตลาดโลก ผ่านบัญชีเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ (FCD) ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาทได้อย่างมีประสิทธิภาพ
O2O Experience (Online to Offline) ลูกค้าสามารถเลือกรับทองคำแท่งจริงได้ที่ห้างเพชรทองออโรร่า ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

อนิวรรต ศรีรุ่งธรรม กรรมการบริษัท บริษัท ออโรร่า เทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์หลักของความร่วมมือในครั้งนี้ คือการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของธุรกรรมทางการเงินให้เทียบเท่าระดับสากลตามมาตรฐานธนาคารชั้นนำ เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนา ALLGOLD ให้เป็นแอปพลิเคชั่นสำหรับคนซื้อขายทองคำโดยเฉพาะ ที่มอบความสะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงง่ายที่สุด
“การผนึกกำลังครั้งนี้ไม่เพียงจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ลูกค้า แต่ยังเป็นการสร้างประสบการณ์ลงทุนแบบ One-stop Service ที่ครบวงจรอีกด้วย เป้าหมายของ ALLGOLD คือการเป็นแพลตฟอร์มที่ทำให้นักลงทุนทุกกลุ่ม ตั้งแต่รายย่อยไปจนถึงนักลงทุนมืออาชีพ สามารถบริหารจัดการสินทรัพย์ทองคำได้เพียงปลายนิ้ว ซึ่งจะส่งเสริมภาพลักษณ์ขององค์กรในฐานะผู้นำด้าน Wealth Tech ในตลาดทองคำอย่างยั่งยืน” อนิวรรตกล่าวเสริม
ดร.เกษชญง สกาวรัตนานนท์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ความร่วมมือกับบริษัท ออโรร่า เทรดดิ้ง จำกัด ในการสร้าง ecosystem ด้านการลงทุนผ่านแอปพลิเคชั่น ALLGOLD ในครั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยมีความมุ่งมั่นพัฒนาระบบการชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อให้ลูกค้าและนักลงทุนรายย่อยได้รับความสะดวก สามารถลงทุนแบบเรียลไทม์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีทางเลือกในการชำระเงินมากขึ้น โดยเพิ่มเติมช่องทางการผูกบัญชีผ่าน K PLUS ที่มีความปลอดภัย และมีความเสถียรสูง ซึ่งจะทำให้ลูกค้าไม่พลาดโอกาสสำคัญการลงทุน และตอบโจทย์สถานการณ์การลงทุนที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
พิพัฒน์ อัสสมงคล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพในฐานะ “ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค” เป็นธนาคารแห่งแรกที่พัฒนาระบบการซื้อ-ขายทองคำด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ซึ่งเป็นสกุลเงินหลักในตลาดทองคำโลก ช่วยให้นักลงทุนสามารถบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและลดผลกระทบจากค่าเงินบาทได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแนวทางของธนาคารที่มุ่งพัฒนานวัตกรรมทางการเงินด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
โดยความร่วมมือกับบริษัท ออโรร่า เทรดดิ้ง จำกัด ในการพัฒนาแอปพลิเคชั่น ALLGOLD ครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการลงทุนทองคำ โดยลูกค้าสามารถเปิดบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (FCD) สกุลเงิน USD ผ่านโมบายแบงกิ้งธนาคารกรุงเทพ และเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่นเพื่อซื้อ-ขายทองคำออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย รองรับการซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงเลือกซื้อ-ขายได้ทั้งสกุลเงินบาทและดอลลาร์สหรัฐ และยังช่วยสนับสนุนการขยายฐานลูกค้าของบริษัทออโรร่า เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงการลงทุนทองคำในรูปแบบดิจิทัลได้ง่าย คล่องตัว และตอบโจทย์นักลงทุนยุคใหม่มากยิ่งขึ้น
ธนวัฒน์ กิตติสุวรรณ รองผู้จัดการใหญ่ Head of Digital Business and Payment Solutions ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ธนาคารไทยพาณิชย์มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านธุรกรรมการเงินดิจิทัล เพื่อเชื่อมต่อบริการของธนาคารเข้ากับแพลตฟอร์มของพันธมิตรทางธุรกิจอย่างไร้รอยต่อ โดยร่วมมือกับออโรร่าบนแอป ALLGOLD ครั้งนี้ ธนาคารได้นำบริการ Direct Debit และ Direct Credit API มาเชื่อมโยงการตัดเงินเพื่อซื้อและการรับเงินจากการขายทองคำผ่านบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (FCD) และบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศอิเล็กทรอนิกส์ (e-FCD) บนแอป SCB EASY แบบเรียลไทม์ ครอบคลุมทั้งขารับและขาจ่าย และรองรับการลงทุนทองคำ 96.5% ในสกุลเงินบาท และทองคำ 99.99% ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐผ่านบัญชีสกุลเงินตราต่างประเทศที่อ้างอิงราคาตลาดโลก ซึ่งการเชื่อมต่อดังกล่าวจะมีส่วนสนับสนุนการขยายการลงทุนไปสู่ทองคำดิจิทัลทั้งลูกค้าของออโรร่าและลูกค้าของธนาคารผ่านช่องทางดิจิทัล พร้อมกับยกระดับประสบการณ์การลงทุนให้มีความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใสและเชื่อถือได้
นิลวรรณ จีระบุญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกรรมการเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กรุงศรียินดีที่ได้ร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรในการส่งมอบประสบการณ์การลงทุนทองคำออนไลน์ที่ไร้รอยต่อให้กับลูกค้าของ ALLGOLD ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของกรุงศรีในการเป็นพันธมิตรด้านธุรกรรมทางการเงินที่พร้อมยกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ การเชื่อมต่อผ่าน API ระหว่างกรุงศรีและ ALLGOLD จะช่วยให้ลูกค้าและนักลงทุนรายย่อยทำธุรกรรมซื้อขายทองคำได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และทันต่อจังหวะตลาดมากขึ้น เรามุ่งมั่นที่จะใช้ศักยภาพด้านนวัตกรรมทางการเงินเพื่อช่วยให้ชีวิตลูกค้าง่ายขึ้น และตอบโจทย์รูปแบบการลงทุนยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง
สำหรับการร่วมมือกันในครั้งนี้ ALLGOLD ตั้งเป้าขยายฐานผู้ใช้งานไปยังกลุ่มคนทำงานและนักลงทุนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับ Mobile Banking เพื่อขับเคลื่อนให้แอปพลิเคชันมียอดการใช้งานเติบโตอย่างก้าวกระโดด


