หุ้นไทยเข้าเรดาร์ทุนโลก บล.พาย ชูแบงก์-สื่อสาร-พลังงาน-ไฟแนนซ์
บล.พาย ให้กรอบ SET วันนี้ 1,560-1,585 จุด ชี้ไทยกลับมาอยู่ในสายตานักลงทุนโลก หลังปิดฉาก IMF–World Bank หนุนหุ้นกลุ่มนิคมฯ ขณะที่เงินบาทแข็งค่าตามทิศทางดอลลาร์อ่อนค่า เพิ่มโอกาสเงินทุนต่างชาติไหลเข้า จับตาเม็ดเงินโยกจากหุ้นเทคฯ สู่หุ้นคุณค่า ชูแบงก์-สื่อสาร-พลังงาน-ไฟแนนซ์เด่น
บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า ประเมินดัชนีหุ้นไทย (SET Index) เคลื่อนไหวในกรอบ 1,560-1,585 จุด โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่มีโอกาสไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย หลังเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องตามทิศทางเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง
ขณะเดียวกัน การประชุมประจำปีของ IMF–World Bank ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ได้สิ้นสุดลงด้วยดี สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังกลับมาได้รับความสนใจจากประชาคมโลกอีกครั้ง โดยประเมินว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากความสนใจลงทุนในประเทศไทย
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการหมุนเวียนเม็ดเงินลงทุนระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector Rotation) โดยนักลงทุนเริ่มโยกเงินลงทุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเข้าสู่หุ้นคุณค่า (Value Stocks) ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนทิศทางตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นเอเชียยังเผชิญแรงกดดันจากการปรับฐานของหุ้นเทคโนโลยี โดยช่วงเช้าวันนี้ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ปรับตัวลดลง 1.9% สะท้อนว่าแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังไม่สิ้นสุด และเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อเนื่อง
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มคุณค่า ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการหมุนเวียนเม็ดเงินลงทุน ประกอบด้วย 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ได้แก่ BBL, KBANK, KTB และ SCB กลุ่มสื่อสาร ได้แก่ ADVANC และ TRUE กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ได้แก่ PTT, PTTEP และ PTTGC และกลุ่มการเงิน ได้แก่ MTC และ SAWAD
ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามทิศทางค่าเงินบาท กระแสเงินทุนต่างชาติ และแรงขายหุ้นเทคโนโลยีในตลาดต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อความผันผวนของตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น

