‘อมรเทพ’ อ่านสัญญาณ กนง.อั้นดอกเบี้ยถึงกลางปีหน้า

‘อมรเทพ’ อ่านสัญญาณ กนง.อั้นดอกเบี้ยถึงกลางปีหน้า
ภาพประกอบข่าว
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

สถานการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายออกมาเป็นไปตามคาด ทั้งระดับโลกที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงดอกเบี้ยในรอบนี้ ด้วยมติ 10 ต่อ 2 ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1% ต่อไป ภาพเศรษฐกิจไทยหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร หรือในเชิงนโยบายควรทำอะไรเพิ่มเติม “ประชาชาติธุรกิจ” ได้พูดคุยกับ “ดร.อมรเทพ จาวะลา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ถึงประเด็นดังกล่าว

ธปท.อั้นดอกเบี้ยถึงกลางปีหน้า

ดร.อมรเทพกล่าวว่า สำหรับรอบนี้ กนง. คงดอกเบี้ยตามคาด และเชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงจะอั้นการขึ้นดอกเบี้ยให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะต้องไม่ลืมว่าเศรษฐกิจไทยมีปัญหา และโตอย่างกระจุกตัวแค่บางกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก AI (ปัญญาประดิษฐ์) ในเรื่องการลงทุน การส่งออก แต่การบริโภคยังโตต่ำ เพราะฉะนั้นถ้าจะขึ้นดอกเบี้ยตามตลาดต่างประเทศก็คงจะสะเทือนกำลังซื้อระดับล่าง 

“การอั้นดอกเบี้ยให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก็คงเป็นมุมมองหนึ่งที่เราคิด แต่จะอั้นได้นานแค่ไหน รอบนี้เฟดคงดอกเบี้ย แต่ว่าก็จะขึ้นปลายปีนี้แล้วก็ปีหน้าอย่างน้อยอีก 1 ครั้ง หรือ 2 ครั้ง เพราะฉะนั้นส่วนต่างดอกเบี้ยไทยสหรัฐก็จะกว้างขึ้น แล้วไม่ใช่แค่เฟด แต่ว่าประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอินโดนีเซีย มาเลเซีย และทั่วโลกเริ่มขยับขึ้น เพราะเงินเฟ้อมาก็จะกดดันไทย ผ่านในเรื่องเงินบาทที่จะอ่อนค่า เงินเฟ้อที่ยังอยู่ระดับที่สูง ฉะนั้นถ้ามองภาพแบบนี้การที่เราอั้นดอกเบี้ยให้นานที่สุดมันก็ทำได้ แต่ว่าสุดท้ายก็ต้องปล่อยให้ดอกเบี้ยขึ้นอยู่ดี”

ทั้งนี้ มองว่าวันนี้ในเรื่องดอกเบี้ยนโยบายอาจจะอั้นได้ แต่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) จะสะท้อนภาพตลาดโลก ซึ่งที่ผ่านมาจะเห็นยีลด์ที่ขยับสูงขึ้นทั่วโลก ซึ่งตรงนี้ก็อาจจะเป็นแรงกดดัน ธปท. ได้เช่นกัน ก็ต้องจับตาว่าแรงกดดันจะมีมากแค่ไหน 

“เราก็ยังมองว่าอย่างน้อยอั้นดอกเบี้ยได้ถึงครึ่งแรกของปีหน้า โดยอาจจะเห็นภาพการส่งสัญญาณมากขึ้น ในช่วงไตรมาส 2 ของปีหน้า”

ขยับ GDP โตขึ้น-รับอานิสงส์ AI

ส่วนการที่ กนง. ปรับอัตราขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ (GDP) ปี 2569 ขึ้นจาก 2.3% เป็นคาดว่าจะโต 2.4% ดร.อมรเทพกล่าวว่า ก็เหมือนกับที่มองไว้ คือ มีการทำให้ข้อมูลสมบูรณ์ขึ้น อัพเดตขึ้น มีเรื่อง AI (ปัญญาประดิษฐ์) อิเล็กทรอนิกส์ Data ต่าง ๆ เข้ามา ซึ่งเดิมอาจจะไม่ได้อัพเดตตัวนี้ในการคำนวณ GDP ฉะนั้นการพัฒนาข้อมูลให้มีความทันสมัยขึ้นก็ช่วยให้เศรษฐกิจไทยสอดรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง โดยหน่วยงานทางการจะมีการปรับ MPI ใหม่ และจะอัพเดตย้อนไปในอดีตด้วย 

บริโภคเอกชนแย่-กระตุ้นยาก

“แต่อย่าลืมว่าที่อัพเดตไปมันสะท้อนว่าตัวที่เขาพัฒนาขึ้นมีมุมมองเชิงบวกขึ้น คือ การลงทุนเท่านั้น ซึ่งการลงทุนมีสัดส่วนไม่ถึง 20% ของ GDP แต่ว่าตัวที่เป็นตัวฉุดเศรษฐกิจก็คือตัว C หรือการบริโภคภาคเอกชน ที่มีสัดส่วนเกือบ 60% ของ GDP ซึ่งขับเคลื่อนยาก การเติบโตค่อนข้างจะต่ำ ฉะนั้นปกติเศรษฐกิจไทยจะโตแบบให้มีการกระจายตัว ทำให้คนรู้สึกได้ การบริโภคภาคเอกชนต้องโตมากกว่า GDP แต่วันนี้ไม่ใช่ มองไปอนาคตมันก็จะโตต่ำ หนี้ครัวเรือนก็ยังสูง ภาคราชการเองก็มีเงินมาใช้จ่ายได้น้อยลง ผมเชื่อว่านโยบายภาคราชการที่จะมาแจกเงินในอนาคตก็จะมีน้อยลง เพราะภาระทางการคลังสูง หนี้สาธารณะจะชนเพดาน 70% เพราะฉะนั้นมองต่อไปนโยบายที่จะมากระตุ้นก็คงทำได้ยาก”

เศรษฐกิจโตไม่กระจาย

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการเติบโตคงต้องหวังให้มีการเติบโตจากภายใน เกิดการท่องเที่ยว ทั้งภายในประเทศและจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ เนื่องจากมองไปในอนาคต 1-2 ปีก็ยังมองไม่เห็นว่าการบริโภคจะโตได้มากนัก ดังนั้น การปรับมุมมอง GDP ให้ทันสมัยขึ้น การบริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชนดีขึ้น มี FDI (การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ) กลับเข้ามา สะท้อนภาพที่ดีขึ้นได้จริง แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะมองว่าเศรษฐกิจไทยพ้นปัญหาไปแล้ว 

“เศรษฐกิจไทยยังมีปัญหาการเติบโตต่ำต่อเนื่อง และยังมองว่า GDP ไทยคงเติบโตได้ในระดับประมาณ 2.5% ไม่ได้กลับไปโตได้ถึง 3% ในเร็ววัน สะท้อนว่าศักยภาพเศรษฐกิจไทยยังต่ำอยู่ ซึ่งก็หวังว่าจะมีการพัฒนาให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ ทำให้เกิดการกระจายตัวของเศรษฐกิจมากขึ้นในอนาคต”

ดร.อมรเทพกล่าวว่า การจะทำให้เศรษฐกิจโตกระจายตัวขึ้นเป็นโจทย์ยาก ซึ่งพูดกันมาเป็น 10 ปีแล้ว ยังคงรวยกระจุกจนกระจาย โดยภาคเกษตรตั้งแต่ปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้าจะต้องเจอปัญหาเอลนีโญ เจอภัยแล้ง ผลผลิตจะออกมาน้อย ซึ่งจะกระทบกับภาคเกษตรแน่นอน และกำลังซื้อระดับล่างก็จะยังอ่อนแอต่อเนื่องจนถึงต้นปีหน้า นอกจากนี้พวกวิสาหกิจชุมชนที่เคยคุยกันในอดีต ตอนนี้ก็ไม่ค่อยเห็น อย่างโครงการโอท็อป หรืออะไรต่าง ๆ ในระดับชุมชน ปัจจุบันก็ไม่ได้เห็นการส่งเสริมตรงนั้น ไม่ว่าจะพัฒนาทางด้านทักษะ การใช้ AI การใช้เทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ เป็นต้น 

“ไอ้เรื่องจนกระจาย มันยังมีอยู่ ตราบใดที่เรายังไม่ได้มีการกระจายตัวของเศรษฐกิจ ทุกอย่างยังเติบโตอยู่กรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ ๆ ยังไม่มีการกระจายตัวไปต่างจังหวัด สุดท้ายเศรษฐกิจไทยก็จะยังเป็นแบบนี้ต่อไป ดังนั้น เราต้องเปิดโอกาสให้เกิดการกระจายรายได้ โดยวิธีการกระจาย เช่น เรามองเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่ต้องทำให้เกิดในต่างจังหวัด โดยเชื่อมโยงกับกรุงเทพฯ ให้มากขึ้น ทั้งถนน ระบบราง ต้องทำให้กระจายตัวไปในต่างจังหวัดให้มากขึ้น นอกจากนี้ เรื่องการท่องเที่ยว เราอยากเห็นคนในประเทศที่ท่องเที่ยวกันมากขึ้น”

จับตา สศช. ประกาศ GDP

ดร.อมรเทพกล่าวด้วยว่า สำหรับซีไอเอ็มบี ไทยยังคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้โตที่ 2% แต่ก็มีโอกาสปรับขึ้น จากปัจจุบันที่มีมุมมองเชิงบวกมากขึ้น อย่างไรก็ดี ต้องรอดูตัวเลขจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไตรมาส 3 ที่จะประกาศก่อน เพราะมีเรื่องปรับ MPI เข้ามาด้วย

“ตอนนี้ตัวที่ฉุดก็ยังเหมือนเดิม ก็คือเรื่องการบริโภคที่ยังมีความเสี่ยงที่จะโตต่ำในช่วงไตรมาส 4 รวมทั้งขานำเข้าที่สูงมาก ขณะที่การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอาจจะลากต่อเนื่องทั้งปีไปจนถึงครึ่งแรกของปีหน้าเป็นอย่างน้อย ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นตัวที่จะทำให้เกิดเงินไหลออก แล้วก็อาจจะเป็นความเสี่ยงในเรื่องของเสถียรภาพต่อเนื่องได้ ต้องติดตาม”

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚