Easy Money โต 20% “อาชีพอิสระ” แห่จำนำทรัพย์พุ่ง

Easy Money โต 20% “อาชีพอิสระ” แห่จำนำทรัพย์พุ่ง
ภาพประกอบข่าว

ก้าวสู่ปีที่ 2 หลังจากปีที่ผ่านมา “Easy Money” พยายามเปลี่ยนมุมมองของสังคมที่มีต่อโรงรับจำนำ มาเป็น “เครื่องมือสร้างโอกาส” มากขึ้น พร้อมชูแนวคิดว่า การใช้สินทรัพย์ค้ำประกันไม่ใช่การ “ก่อหนี้ใหม่” แต่คือการ “กู้ยืมจากสินทรัพย์ของตัวเอง” 

โดย “สุธี พนาวร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Easy Money Group กล่าวว่า ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา Easy Money มีการประชาสัมพันธ์และขยายสาขา ทำให้คนที่ไม่เคยคิดจะใช้บริการโรงรับจำนำเริ่มเข้ามาศึกษาและเข้าใจประโยชน์ของบริการมากขึ้น เมื่อประชาชนรับรู้ว่าการจำนำเป็นวิธีเพิ่มสภาพคล่องที่สะดวก รวดเร็ว และลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะใช้เงินเท่าไร ใช้เมื่อใด และใช้บริการนานแค่ไหน ก็มีแนวโน้มเข้ามาใช้บริการเมื่อจำเป็นมากขึ้น 

“ลูกค้าเดิมบางส่วนมีการขยายธุรกิจหรือพบโอกาสทางธุรกิจ ก็กลับมาใช้บริการเพื่อเพิ่มเงินทุนหมุนเวียน อีกทั้งรูปแบบการให้บริการติดตามหนี้ของบริษัทที่แตกต่างจากที่อื่น ซึ่งก่อนถึงกำหนดไถ่ถอน บริษัทจะมีการแจ้งเตือนลูกค้า ทำให้ประสบการณ์ของลูกค้าแตกต่างจากการได้รับการติดตามหนี้จากเจ้าหนี้บัตรเครดิต”

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ Easy Money ในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา ใกล้เคียงกับเป้าหมายการเติบโตที่ 20% โดยมียอดสินเชื่อคงค้างประมาณ 30,000 ล้านบาท 

“การเติบโตประมาณ 20% เป็นตัวเลขที่พิจารณาจากค่าเฉลี่ยในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา แต่หากประเมินทั้งปียังต้องติดตามผลการดำเนินงานในไตรมาสสุดท้าย ว่าจะทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่”

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4 “สุธี” กล่าวว่า ยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์สงครามและปัจจัยต่างประเทศ  โดยทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตราเงินเฟ้อและการไหลเข้าออกของเงินทุน ซึ่งเมื่ออัตราดอกเบี้ยในต่างประเทศอยู่ในระดับสูง เงินทุนก็มีแนวโน้มไหลไปยังประเทศที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่า และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย 

นอกจากนี้ ยังขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งของสหรัฐ และการตัดสินใจของประธานาธิบดีสหรัฐ ที่คาดเดาได้ยาก หากสงครามเริ่มคลี่คลายและอัตราดอกเบี้ยหยุดขยับขึ้น จะเป็นสัญญาณบอกว่าเศรษฐกิจผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและพร้อมที่จะกลับตัวฟื้นขึ้นได้ 

ขณะที่ “สิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ” ประธานกรรมการบริหาร Easy Money Group เสริมว่า การนำทรัพย์สินมาจำนำไม่ได้เป็นการก่อหนี้เพิ่มขึ้น แต่เป็นการนำทรัพย์สินที่สะสมไว้ก่อนหน้านี้ เช่น ทองคำ เพชร หรือนาฬิกา มาเบิกเป็นเงินสด ในกรณีที่แย่ที่สุดหากไม่สามารถมาไถ่ถอนคืนได้ ทรัพย์สินนั้นก็จะหลุดจำนำไป โดยไม่มีการติดตาม ทวงถามหนี้ หรือฟ้องร้องดำเนินคดีตามมา

“ช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมาอัตราการไถ่ถอนทรัพย์คืนมีมากกว่า 90% แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้บริการมีวินัยทางการเงินและมีการวางแผนล่วงหน้า ส่งผลให้อัตราทรัพย์สินหลุดจำนำมีเพียงประมาณ 1% ถึง 2% เท่านั้น”

ทั้งนี้ ทรัพย์สินยอดนิยมที่ลูกค้านำมาจำนำในปีนี้ อันดับแรก ทองคำ อันดับ 2 เพชร และอันดับ 3 นาฬิกา รวมถึงมีสินค้าแบรนด์เนมและเครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการทรัพย์สินหลักยังคงเป็นทองคำ รองลงมาคือ เพชรและนาฬิกา รวมถึงสินค้าแบรนด์เนม เช่น กระเป๋าแบรนด์เนม เป็นต้น ซึ่งกลุ่มลูกค้าของ Easy Money มีทั้งคนรุ่นใหม่ ฟรีแลนซ์ และแม่ค้าออนไลน์ 

“จุดเด่น Easy Money ที่ทำให้ลูกค้าเลือกใช้บริการ สิ่งแรกคือ ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับการพิจารณาวงเงินตามทรัพย์สินที่นำมาจำนำ โดยไม่มีค่าประเมิน และลูกค้าจะจ่ายดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่ใช้เงินจริง ยกตัวอย่าง ลูกค้านำทรัพย์สินมาจำนำและได้รับเงิน 100,000 บาท ต่อมาเมื่อมีรายได้กลับมาก็สามารถชำระเงินต้นเพื่อลดยอดหนี้เหลือ 70,000 บาทได้ผ่านแอปพลิเคชั่น Easy Smart ซึ่งไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่สาขา หากหลังจากนั้นลูกค้ามีความจำเป็นต้องใช้เงินอีกก็สามารถใช้บริการผ่านแอปพลิเคชั่นได้”

โดยทิศทางราคาทองคำที่ปรับตัวลดลงนั้น “สิทธิวิชญ์” ชี้ว่า มีผลกระทบต่อธุรกิจ เพราะวงเงินรับจำนำต่อทองคำ 1 บาทจะลดลง ทำให้การเติบโตของธุรกิจอาจน้อยกว่าช่วงที่ราคาทองคำอยู่ในระดับสูง ยกตัวอย่าง หากทองคำ 1 บาท ราคา 60,000 บาท ลูกค้าจะได้รับวงเงินตามสัดส่วนราคาทองคำ แต่หากราคาทองคำเพิ่มขึ้นเป็น 70,000 บาท วงเงินที่ลูกค้าจะได้รับก็สามารถปรับเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น เมื่อราคาทองคำเปลี่ยนแปลงจึงส่งผลต่อวงเงินรับจำนำ 

“สิทธิวิชญ์” กล่าวด้วยว่า ในแง่ฐานลูกค้าพบว่ากลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการมีจำนวนเพิ่มขึ้น 69% และมูลค่าการใช้บริการเพิ่มขึ้น 71% โดยสิ่งที่บริษัทเห็นได้ชัดคือ ผู้ประกอบอาชีพอิสระมีความต้องการแหล่งเงินทุนที่เข้าถึงได้รวดเร็ว และจุดเด่นของโรงรับจำนำคือ เมื่อลูกค้านำทรัพย์สินเข้ามาจำนำและผ่านการพิจารณาก็สามารถรับเงินไปใช้ได้ โดยเลือกชำระดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่ใช้บริการได้ตามเงื่อนไข 

“กลุ่มผู้ประกอบการมีการใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งโดยเฉพาะ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ผู้ประกอบอาชีพอิสระมีความต้องการใช้บริการโรงรับจำนำ เนื่องจากเป็นช่องทางที่สามารถนำทรัพย์สินมาเปลี่ยนเป็นเงินทุนได้รวดเร็ว และสามารถเลือกใช้เงินตามความจำเป็น โดยไม่จำเป็นต้องใช้บริการเป็นระยะเวลานานกว่าที่ต้องการ”

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚