ต่างชาติทิ้งหุ้นไทย 3.38 หมื่นล้าน NVDR ซื้อสวน 9 หุ้นใหญ่ KBANK นำโด่ง 3.5 พันล้าน

ต่างชาติทิ้งหุ้นไทย 3.38 หมื่นล้าน NVDR ซื้อสวน 9 หุ้นใหญ่ KBANK นำโด่ง 3.5 พันล้าน
ภาพประกอบข่าว

บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ชี้ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยกว่า 3.38 หมื่นล้านบาท ในช่วง 1 ก.ย.-7 ต.ค. 69 แต่พบ NVDR เดินหน้าสะสมหุ้นรายตัว โดย KBANK ครองแชมป์ซื้อสุทธิสูงสุด 3,587 ล้านบาท พร้อมคัด 7 หุ้นเด่น KBANK-TRUE-BCP-PTTGC-CPALL-SPRC-KCE เก็งกำไรตามแรงซื้อ

บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กระแสเงินทุนต่างชาติยังคงไหลออกจากตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield) และดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทย เผชิญแรงกดดันจากการขายของนักลงทุนต่างชาติ

โดยในช่วงวันที่ 1 ก.ย.-7 ต.ค. 2569 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยในตลาด SET และ mai รวมประมาณ 33,800 ล้านบาท แม้ดัชนี SET จะปรับตัวลดลงเพียง 0.66% แต่เมื่อคำนวณผลตอบแทนในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ พบว่าติดลบราว 2% สะท้อนผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินบาทที่มีต่อผลตอบแทนของนักลงทุนต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมเงินทุนต่างชาติยังไหลออก แต่เมื่อพิจารณาข้อมูลการซื้อขายผ่านบัญชีเอ็นวีดีอาร์ (NVDR) กลับพบว่ายังมีแรงซื้อสะสมในหุ้นบางบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่านักลงทุนยังเลือกลงทุนในหุ้นรายตัว ท่ามกลางภาวะตลาดที่ผันผวน

ทั้งนี้ ในช่วงเวลาดังกล่าว NVDR มียอดขายสุทธิหุ้นสามัญสะสมประมาณ 13,300 ล้านบาท แต่มีหลักทรัพย์จำนวน 296 แห่งที่มียอดซื้อสุทธิรวมกันประมาณ 19,800 ล้านบาท โดยเฉพาะหุ้น 9 อันดับแรกที่มียอดซื้อสุทธิสูงสุด มีเม็ดเงินรวมประมาณ 16,300 ล้านบาท หรือคิดเป็น 82.1% ของยอดซื้อสุทธิในกลุ่มหลักทรัพย์ที่มียอดซื้อสุทธิเป็นบวก

สำหรับหุ้น 9 อันดับแรกที่ NVDR ซื้อสุทธิสูงสุด ระหว่างวันที่ 1 ก.ย.-7 ต.ค. 2569 ประกอบด้วย KBANK ซื้อสุทธิ 3,587.52 ล้านบาท, CPF ซื้อสุทธิ 2,868.31 ล้านบาท, TRUE ซื้อสุทธิ 2,240.67 ล้านบาท, BCP ซื้อสุทธิ 2,067.89 ล้านบาท, PTTGC ซื้อสุทธิ 1,515.84 ล้านบาท, CPALL ซื้อสุทธิ 1,149.94 ล้านบาท, SPRC ซื้อสุทธิ 1,144.97 ล้านบาท, IVL ซื้อสุทธิ 910.92 ล้านบาท และ KCE ซื้อสุทธิ 784.31 ล้านบาท

ขณะที่หากพิจารณาเฉพาะการซื้อขายในช่วงวันที่ 1-7 ต.ค. 2569 พบว่า CPF มียอดซื้อสุทธิสูงสุด 3,322.53 ล้านบาท รองลงมาเป็น CPALL จำนวน 2,724.97 ล้านบาท TRUE จำนวน 1,935.53 ล้านบาท และ BCP จำนวน 744.66 ล้านบาท

สวนทางกับ KBANK และ IVL ที่ถูกขายสุทธิ 310.87 ล้านบาท และ 475.51 ล้านบาท ตามลำดับ แม้ทั้งสองหุ้นยังมียอดซื้อสุทธิสะสมเป็นบวกเมื่อพิจารณาตลอดช่วงวันที่ 1 ก.ย.-7 ต.ค. สะท้อนให้เห็นว่าแรงซื้อของแต่ละหุ้นมีความแตกต่างกัน และอาจเปลี่ยนแปลงได้ในระยะสั้น

กลยุทธ์การลงทุนแนะนำเลือกเก็งกำไรหุ้นที่มีแรงซื้อสะสมผ่าน NVDR สวนทางกับภาพรวมเงินทุนต่างชาติที่ไหลออก โดยคัดเลือกหุ้นเด่น 7 บริษัท ได้แก่ KBANK, TRUE, BCP, PTTGC, CPALL, SPRC และ KCE

การคัดเลือกดังกล่าวพิจารณาจากมูลค่าซื้อสุทธิสะสม ความต่อเนื่องของแรงซื้อ การเปลี่ยนแปลงจำนวนหุ้นที่ถือผ่าน NVDR รวมถึงทิศทางการซื้อขายในช่วงล่าสุด เพื่อประเมินว่าหุ้นใดยังมีแรงซื้อสนับสนุน และหุ้นใดเริ่มมีสัญญาณชะลอตัว

อย่างไรก็ดี แม้ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญแรงกดดันจากการไหลออกของเงินทุนต่างชาติ แต่หุ้นที่มีแรงซื้อสะสมผ่าน NVDR อาจเป็นอีกทางเลือกในการหาจังหวะลงทุน โดยควรให้ความสำคัญกับหุ้นที่มีแรงซื้ออย่างต่อเนื่อง มากกว่าพิจารณาเพียงยอดซื้อสุทธิสะสมที่อยู่ในระดับสูง

นอกจากนี้ นักลงทุนควรระมัดระวังหุ้นที่มียอดซื้อสุทธิสูงจากรายการซื้อขายขนาดใหญ่เพียงบางวัน เนื่องจากอาจไม่ได้สะท้อนแรงซื้อที่ต่อเนื่อง และควรติดตามทิศทางเงินทุนในระยะถัดไปประกอบการตัดสินใจลงทุน

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚