เอเซีย พลัส จับตา ครม. เคาะกู้ 4 แสนล้าน อุ้มเศรษฐกิจ-แจกเงิน ชู DELTA นำทีมฟื้น SET

เอเซีย พลัส จับตา ครม. เคาะกู้ 4 แสนล้าน อุ้มเศรษฐกิจ-แจกเงิน ชู DELTA นำทีมฟื้น SET
ภาพประกอบข่าว

บล.เอเซีย พลัส ชี้สงครามปะทุซ้ำ สหรัฐงัด “PROJECT FREEDOM” คุ้มกันฮอร์มุซ จับตา ครม. เคาะกู้ 4 แสนล้าน อุ้มเศรษฐกิจ-แจกเงิน ชู DELTA นำทีมฟื้น SET

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินภาพรวมตลาดการลงทุนว่า ราคาน้ำมันดิบโลกกลับมาอยู่ในโหมดตึงตัวอีกครั้ง หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางรอบใหม่ปะทุขึ้น โดยล่าสุดสหรัฐได้เปิดปฏิบัติการ “PROJECT FREEDOM” เพื่อคุ้มกันเรือขนส่งที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะที่ฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) รายงานว่า โดรนของอิหร่านได้เข้าโจมตีจนเกิดไฟไหม้ที่ท่าเรือฟูไจราห์ ซึ่งมีการแจ้งเตือนภัยขีปนาวุธหลายครั้ง ถือเป็นการโจมตีครั้งแรกนับตั้งแต่สหรัฐและอิหร่านทำข้อตกลงพักรบ

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยประเมินว่าในระยะถัดไปยังมีปัจจัยที่อาจช่วยกดดันไม่ให้ราคาน้ำมันพุ่งทะยานไปไกล ได้แก่ โอกาสในการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และการที่ UAE ตัดสินใจถอนตัวออกจาก OPEC ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามราคาในอนาคต โดยล่าสุดในเดือน เม.ย. 2026 UAE มีกำลังการผลิตน้ำมันเพียง 1.88 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งต่ำกว่าระดับปกติที่ 3-4 ล้านบาร์เรล/วันอย่างมาก

เงินเฟ้อโลกพุ่งบีบขึ้นดอกเบี้ย-เตือนเงินเฟ้อไทย เม.ย. ทะลุ 2.25%

ทั้งนี้ ผลกระทบจากสงครามกำลังลุกลามสู่เศรษฐกิจจริงผ่านตัวเลขเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นทั่วโลก โดยเงินเฟ้อยุโรปเดือน เม.ย. ขยายตัว 3.0% YOY (สูงกว่าเดือนก่อนที่ 2.6%) ทำให้ตลาดประเมินว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 2.25% ในการประชุมเดือน มิ.ย.นี้ ขณะที่สหรัฐคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อเดือน เม.ย. จะดีดตัวขึ้นเป็น 3.8% YOY สวนทางกับคาดการณ์การจ้างงานนอกภาคเกษตรที่อาจชะลอตัวลงต่ำกว่า 1 แสนราย

สำหรับประเทศไทย วิกฤตของแพงและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้ประเมินว่าตัวเลขเงินเฟ้อของไทยในเดือน เม.ย. 2026 (ที่จะประกาศในวันที่ 6 พ.ค.) จะพุ่งแรงมาอยู่ที่ระดับ +2.25% YOY พลิกจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบ -0.08% YOY

จับตา ครม. ชง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน อัดฉีด 4 ขาหลักกู้วิกฤต เพื่อยับยั้งไม่ให้เศรษฐกิจชะลอตัวจากภาระค่าครองชีพที่หนักขึ้น

วันนี้ (5 พ.ค.) รัฐบาลเตรียมเสนอ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อนำมาใช้อัดฉีดเศรษฐกิจแบบเร่งด่วนใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ :

  • ลดค่าครองชีพ : ผ่านรูปแบบการแจกเงินเยียวยา, สนับสนุนเงินดิจิทัล หรือโครงการไทยช่วยไทยพลัส
  • พยุงราคาพลังงาน : นำเงินไปอุดหนุนค่าน้ำมัน, ค่าก๊าซหุงต้ม หรือลดบิลค่าไฟ
  • ช่วยพยุงธุรกิจ SMEs : ผ่านการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan)
  • กระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว : ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน (Mega Project) เช่น โครงการ Landbridge หรือ Disneyland

กลยุทธ์การลงทุน : ลุ้นหุ้นไทยแกร่งกว่าโลก ชู DELTA-BBL-BEM-BDMS

ในขณะที่ตลาดหุ้นโลกเริ่มเผชิญความผันผวนและย่อตัวลง 1-2% ในช่วงต้นเดือน พ.ค. จากการที่อิหร่านผิดสัญญาโจมตี UAE ฝ่ายวิจัยประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยหลังเปิดทำการจากวันหยุดยาวน่าจะมีความผันผวนน้อยกว่า โดยจะได้รับแรงพยุงจากหุ้นกลุ่มน้ำมันที่มีสัดส่วนถึง 1 ใน 4 ของตลาด รวมถึงแรงหนุนจากหุ้น DELTA ที่หลุดจากมาตรการ Trading Alert แล้ว และปัจจุบันราคาหุ้นยังคง Laggard (ขึ้นช้ากว่า) หุ้นแม่ที่ไต้หวันถึง 28% หลังผ่านพ้นช่วงสงกรานต์

ฝ่ายวิจัยแนะนำเก็งกำไรในหุ้น DELTA และเน้นลงทุนในกลุ่มหุ้นที่มีความผันผวนต่ำ (Defensive) ได้แก่ BBL, BEM และ BDMS

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚