ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง “QUICK” จ่อขายไอพีโอ 32 ล้านหุ้น เข้า mai ปีนี้

ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง “QUICK” จ่อขายไอพีโอ 32 ล้านหุ้น เข้า mai ปีนี้
ภาพประกอบข่าว

ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง บมจ.ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น (QUICK) เตรียมเสนอขาย IPO 32 ล้านหุ้น คาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai หมวดธุรกิจเทคโนโลยี ภายในปี 2569 เพื่อระดมทุนรองรับการขยายธุรกิจ ท่ามกลางแนวโน้มอุตสาหกรรมดิจิทัลที่เติบโตต่อเนื่อง โดยครอบคลุมตั้งแต่ระบบ ERP บน Microsoft การเชื่อมต่อข้อมูลแบบ Real-time ไปจนถึงการวิเคราะห์เชิงลึกด้วย AI สร้าง Digital Ecosystem

นางสาวจิรยง อนุมานราชธน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ได้นับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ของ QUICK เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนในครั้งนี้ เป็นการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 32,000,000 หุ้น หรือคิดเป็น 31.37% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทในครั้งนี้ โดยมีมูลค่าที่ตราไว้ (Par) หุ้นละ 0.50 บาท พร้อมเดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี หมวดธุรกิจเทคโนโลยี ภายในปี 2569

สำหรับวัตถุประสงค์ในการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อนำไปใช้ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) การพัฒนาโครงการฝึกอบรมบุคลากร (Academy & Talent Pool Program) การลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Investment) และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน (Working Capital) เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและรองรับการเติบโตในอนาคต

นายไพศาล แซ่ลี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ QUICK กล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2566-2568) บริษัทมีรายได้รวม 229.74 ล้านบาท 240.78 ล้านบาท และ 301.44 ล้านบาท ตามลำดับ เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 รายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าประมาณ 25.2%  (YoY)

โครงสร้างรายได้ในปี 2568 แบ่งเป็น รายได้จากการขาย อยู่ที่ 147.43 ล้านบาท เติบโต ประมาณ 34.9% YoY และรายได้จากการให้บริการ อยู่ที่ 150.89 ล้านบาท เติบโต ประมาณ 16.6% YoY โดยรายได้หลักยังมาจากหน่วยธุรกิจ Business Solutions คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 85.56% ของรายได้รวม ขณะที่ Digital Workplace Solutions อยู่ที่ประมาณ 10.62% และ IoT Solutions ประมาณ 2.79% การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีของภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการนำระบบ ERP, Cloud และ AI มาใช้ รวมถึงการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก เช่น การผลิต บริการ และค้าปลีก

ขณะที่กำไรสุทธิของบริษัทอยู่ที่ 34.49 ล้านบาท 42.71 ล้านบาท และ 51.97 ล้านบาท ตามลำดับ เติบโตเฉลี่ยในระดับ 20-25% ต่อปี  ในปี 2568 บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น 45.61% อัตรากำไรสุทธิ 17.24%  สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนและรักษา Margin ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้มีการขยายธุรกิจและลงทุนเพิ่ม

ด้านโครงสร้างทางการเงิน บริษัทมีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อ EBITDA (IBD/EBITDA) เพียง 0.25 เท่า แสดงถึงระดับ Leverage ที่ต่ำและความแข็งแกร่งทางการเงิน  นอกจากนี้ บริษัทมีรายได้ประจำ (Recurring Income) จากการขาย License และบริการบำรุงรักษาระบบ (MA) คิดเป็นประมาณ 56% ของรายได้รวมในปี 2568  ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงของกระแสรายได้ในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีงานในมือ (Backlog) ประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานให้บริการติดตั้งและพัฒนาระบบ ที่จะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2569 รองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚