อยากมีเนื้อหาและ Backlink คุณภาพดีไหม ลองดูก่อน ราคาไม่แพง เราบริการโฆษณาสินค้าบนช่องทาง Guest Post รับรองว่าเนื้อหาคุณภาพ มีลิ้งกลับให้แบบคุณภาพ dofollow ในราคาเริ่มต้นเพียง 500 บาทเท่านั้น สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติม กดเลย [รับโฆษณาสินค้าบน Guest Post] มีเงื่อนไขไม่มาก

กลุ่ม 608 รักษาโควิด ล่าสุด

2 Posts
1 Users
0 Reactions
1,518 Views
Posts: 200
Admin
Topic starter
(@swen-post)
Member
Joined: 4 years ago

สธ.ชี้ รพ.ต้องรับ ‘กลุ่ม 608’ รักษาโควิด ถือเป็นอาการสีเหลือง ตามกฎหมาย รพ.ไม่มีสิทธิปฏิเสธ

เมื่อวานนี้ วันที่ 1 เมษายน 2565 นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แถลงถึงแนวทางการดูแลรักษาโรคโควิด-19 ในผู้ป่วยกลุ่ม 608 ว่า ขณะนี้สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ค่อนข้างมาก ทำให้การเจ็บป่วยรุนแรงแล้วก็เสียชีวิตอาจจะแกว่งตัวในช่วงนี้ระยะหนึ่ง วันนี้ (1 เมย.) รายงานการเสียชีวิต 92 ราย เป็นนิวไฮของระลอกการแพร่ระบาดของเชื้อ ‘โอมิครอน’ โดยเป็นกลุ่ม 608 ถึงร้อยละ 93

นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ขอชี้แจงเรื่องแนวทางการดูแลรักษาว่า กลุ่ม 608 คือ สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป มีโรคประจำตัว บวกกับหญิงตั้งครรภ์ ถือเป็น ‘กลุ่มสีเหลือง’ หากพบติดเชื้อโควิด-19 สามารถใช้สิทธิยูเซ็ป พลัส (UCEP Plus) เข้า รพ.ได้ทุกแห่ง จะไป รพ.เอกชน ก็ได้ ซึ่งก็จะนับได้ว่าตามกฎหมาย รพ.ไม่มีสิทธิปฏิเสธคนไข้

กลุ่ม 608 รักษาโควิด ทั้งนี้ สถานการณ์เตียงโควิด-19 สำหรับกลุ่มสีเหลือง เช่นนั้นแล้วคือ เตียงระดับ 2.1 ประกอบกับ 2.2 ภาพรวมพบว่า ทุกเขตสุขภาพมีเตียงเพียงพอ หากกลุ่ม 608 ต้องนอนรักษาใน รพ.ก็สามารถทำได้ ส่วนในราย จ. ถ้าหากว่าดู 10 จว.ที่ติดเชื้อสูงสุด ก็ยังมีเตียงระดับ 2.1 รวมทั้ง 2.2 เพียงพอ ยกเว้นบาง จ.ที่อาจตึงตัวบ้าง เช่น จ.สงขลา ที่เตียงสีเหลืองมีอัตราการครองเตียงเกินร้อยละ 50 ขึ้นไป ซึ่งก็หมายความว่าผู้ตรวจราชการ สธ.ต้องบริหารจัดการ

“ต้องขอความร่วมมือ รพ.ทุกภาคีเครือข่าย ช่วยกันรับผู้ป่วยกลุ่ม 608 ซึ่งนี่ก็แปลว่านายกรัฐมนตรี มีนโยบายออกมาแล้ว แล้วก็หากเตียงเริ่มตึง ก็ต้องขยายเตียง”

เมื่อถามถึงกรณีมีการใช้เตียงระดับ 1 จำนวนมาก เช่น จ.ชลบุรี เกินร้อยละ 100 จะกระทบการเข้าถึงเตียงของผู้ป่วยกลุ่ม 608 หรือไม่ เพราะบาง รพ.ก็ไม่รับกลุ่ม 608 นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า จ.ชลบุรี ที่เกินร้อยละ 100 เท่ากับ เตียงระดับ 1 สีเขียว ซึ่งนี่ก็แปลว่าอาจมีส่วนของศูนย์พักคอยในชุมชน (CI) ประกอบกับโฮเทล ไอโซเลชั่น (Hotel Isolation) ด้วย ส่วนเตียงระดับ 2 ร่วมด้วย 3 ไม่มีปัญหา

ส่วน จ.สงขลา มีปัญหาเตียงระดับ 3 ที่ใช้เตียงมากกว่าร้อยละ 90 นั่นนับได้ว่าต้องขอความร่วมมือ รพ.เอกชน รพ.มหาวิทยาลัย ให้ช่วยกันรับคนไข้

ส่วนการรับผู้ป่วยเตียงสีเขียว หากไม่มีข้อบ่งชี้ ไม่อยากให้นอน รพ. สามารถใช้การรักษาที่บ้านได้ แต่เราเข้าใจ เพราะไม่ได้มีแค่มิติทางการแพทย์ แต่มีเรื่องเบิกประกันที่อาจมีข้อกำหนดต้องตรวจ RT-PCR หรือนอนใน รพ. ก็พยายามยืดหยุ่นตรงไหนที่ตรงความต้องการ แต่ต้องเน้นเรื่องการดูแลสุขภาพเป็นสำคัญ โดยย้ำว่ากลุ่มสีเขียวไม่ควรนอนเตียงระดับ 2 ประกอบกับ 3

นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า กลุ่ม 608 มีความเสี่ยงจะป่วยหนัก รุนแรง ประกอบกับเสียชีวิต จึงเปิดให้กลุ่มนี้เป็น ‘กลุ่มอาการสีเหลือง’ ใช้ ยูเซ็ป พลัส ได้ รวมทั้งแอดมิตได้ก่อน

“การจะเข้านอน รพ.เบื้องต้น ‘กลุ่ม 608’ มีสิทธิที่จะนอนตามกฎหมาย ส่วนจะนอนหรือไม่นอน อาจให้แพทย์ประเมินร่วมกับคนไข้ ดูประวัติเฉพาะราย เพราะบางส่วนก็คิดว่าแข็งแรงดี ไม่อยากนอน รพ. ก็ขอให้เป็นการประเมินร่วมกับแพทย์” นพ.สมศักดิ์กล่าวเมื่อถามว่า ที่ผ่านมา ผู้ป่วย 608 ติดโควิด แต่ รพ.กลับไม่ให้เข้ารักษา เนื่องจาก รพ.มองว่าแข็งแรงดี ไม่มีอาการ ทั้งๆ ที่บางรายมีโรคประจำตัว นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า ตามเกณฑ์ยูเซ็ป พลัส กลุ่มสีเหลืองเข้ารับการรักษาใน รพ.ได้ ซึ่งนี่ก็แปลว่ากลุ่ม 608 เป็นกลุ่มมีความเสี่ยงที่จะป่วยหนักประกอบกับเสียชีวิต แต่ก็อยู่ที่ดุลยพินิจของแพทย์ว่า สามารถรักษาใน รพ.ได้หรือไม่ หรือสามารถรักษาที่บ้าน เพราะบางรายอาการแข็งแรง แม้ป่วยโควิด บวกกับไม่อยากนอน รพ. จึงขอให้แพทย์ร่วมประเมินกับคนไข้ว่า มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน อย่างไร“แต่โดยหลักแล้ว รพ.ปฏิเสธไม่ได้ หากเป็นไปตามเกณฑ์ยูเซ็ป พลัส ถ้าแม้นเตียงเต็มก็ต้องประสานเครือข่ายในพื้นที่”

ต่อข้อถามว่า กรณี รพ.รับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวระดับ 1 ให้ครองเตียงใน รพ. ต้องกำชับให้ รพ. รับเฉพาะกลุ่มสีเหลืองหรือไม่ เพราะอาจส่งผลให้เตียงไม่พอในอนาคต นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า ในทางการแพทย์ หากไม่มีข้อบ่งชี้ว่าต้องนอน รพ. ก็ควรรักษาที่บ้านได้ เพียงแต่เมื่อมีเรื่องประกันเข้ามา ซึ่งพูดได้ว่าก็เข้าใจความเดือดร้อนของประชาชน แต่ต้องย้ำว่า คนไข้สีเขียวไม่ต้องนอน รพ.

ย้ำว่ากลุ่ม 608 ควรประเมินกับแพทย์ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะนอนหรือไม่นอน รพ. เพราะไม่รู้เงื่อนไขของแต่ละคน แต่หากอยากนอน รพ.จริงๆ รพ.ปฏิเสธไม่ได้ หากเตียงเต็มจริงๆ ก็ต้องพูดคุยกับเครือข่าย อย่าง รพ.ของกรมการแพทย์ เราก็มีให้กลุ่ม 608 มานอนก่อน หากประเมินแล้วดี จึงค่อยให้กลับบ้าน

อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวด้วยว่า หากอัตราครองเตียงระดับ 2.1 ขึ้นไปเกินร้อยละ 80 ก็ต้องขยายเตียง โดยจะเน้นในเตียงระดับ 2.1 ขึ้นไป ซึ่งก็กล่าวได้ว่าที่ผ่านมาตั้งแต่ก่อนเทศกาลปีใหม่ เคยขอให้ รพ.ลดบริการปกติร้อยละ 15-20 ใช้บุคลากรกับเตียงไปทำโควิด นั่นถือได้ว่าส่วนหนึ่งร่วมมือ อีกส่วนรอดูสถานการณ์ เพราะตอนนั้นการใช้เตียงไม่มาก แต่ช่วงนี้ต้องขอ รพ.เครือข่ายร่วมมือ ถ้าเกิดเตียงระดับ 2 หมายรวมไปถึง 3 เริ่มตึง ก็ต้องขยาย ส่วนระดับ 1 พยายามไปใช้บริการเจอแจกจบ (OPSI) เป็นหลัก รวมถึงยังมี CI รวมถึงโฮเทล ไอโซเลชั่น ซึ่งนี่ก็แปลว่าตอนนี้ก็เห็นใจ เพราะถ้าเกิดว่ายังไม่ถึงร้อยละ 80 บางส่วนก็ยังไม่อยากขยาย เพราะทุกเตียงที่ขยายคือการสูญเสียของโรคอื่น ที่ต้องเลื่อนนัดผ่าตัด ก็ต้องคำนึงเรื่องนี้ด้วย

นพ.สมศักดิ์กล่าวถึงเรื่องยารักษาว่า ตามแนวทางการรักษาฉบับล่าสุด ถ้าเกิดเป็นกลุ่มที่มีอาการเล็กน้อย แต่ไม่มีปอดอักเสบ ไม่มีความเสี่ยงรุนแรง พิจารณาให้ยา ‘ฟาวิพิราเวียร์’ โดยเริ่มยาให้เร็วที่สุด ส่วนที่มีอาการรุนแรงสามารถพิจารณาให้ ‘เรมดิซิเวียร์’ , ‘โมลนูพิราเวียร์’ ประกอบกับ ‘แพกซ์โลวิด’ ได้ โดยได้กระจายยา ‘โมลนูพิราเวียร์’ ไป รพ.ต่างๆ แล้ว 5 หมื่นคอร์ส ส่วน ‘แพกซ์โลวิด’ อีก 5 หมื่นคอร์ส จะกระจายก่อนเทศกาลสงกรานต์

กลุ่ม 608 รักษาโควิด ด้านผู้ป่วยกลุ่มเด็กเล็ก นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ขณะนี้เด็กเล็กติดเชื้อโควิด-19 ร่วมกับเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ร่วมด้วยนายกฯเป็นห่วงกลุ่มนี้เช่นกัน จึงถือเป็นอีกกลุ่มเสี่ยงที่ต้องได้รับการรักษาใน รพ. จึงขอให้ รพ.ทุกแห่ง รับเด็กเล็กที่ป่วยโควิด-19 ไว้เพื่อดูอาการด้วย

ที่มา : สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว

ติดตาม ข่าวใหม่ล่าสุด สรุปข่าวใหม่ประจำวัน ได้จากเราที่นี่


1 Reply
Posts: 200
Admin
Topic starter
(@swen-post)
Member
Joined: 4 years ago
นายกฯ สั่ง จัดระบบคัดแยกผู้ป่วยโควิด ‘กลุ่ม 608’ เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลโดยพลัน ไม่ต้องรักษาตามอาการ เพื่อลดความเสี่ยงเสียชีวิต
 
วานนี้ วันที่ 1 เม.ย. 65 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สั่งการให้ฝ่ายปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ปรับระบบการคัดแยกผู้ป่วยโควิด-19 หากพบว่า เป็น ‘กลุ่ม 608’ คือ ผู้สูงอายุเกินหกสิบปี ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และเด็กเล็ก ให้ดำเนินการประสานเพื่อส่งตัวไปรับการรักษาที่สถานพยาบาลโดยพลัน ไม่ต้องรอรักษาตามอาการ เพื่อลดการสูญเสีย
 
ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วงเวลาที่ผ่านมา จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 และเสียชีวิต โดยมากเป็นผู้ป่วยกลุ่ม 608 อย่างตัวเลขวันที่ 1 เมย.ผู้เสียชีวิต 92 ราย เป็นผู้สูงอายุเกิน 60 ปี ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และเด็กเล็ก รวม 86 ราย คิดเป็น 93%

Reply