ถอดประเด็น หลังไทยเป็นเจ้าภาพ ประชุมจริยธรรม AI ระดับโลก

ถอดประเด็น หลังไทยเป็นเจ้าภาพ ประชุมจริยธรรม AI ระดับโลก
ภาพประกอบข่าว

ถอดประเด็นเด่นจาก The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025 ไทยจะเป็นผู้นำจริยธรรม AI แห่งเอเชีย ?

การประชุมระดับโลกด้านจริยธรรม AI “The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025” จบลงอย่างเป็นทางการแล้ว ผู้นำฝั่งไทยและ UNESCO นำโดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม Ms.Lidia Brito Assistant Director-General for Social and Human Sciences, UNESCO

โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ ดังนี้

1. ไทยประกาศตัวเป็น “ศูนย์กลางจริยธรรม AI” แห่งเอเชีย-แปซิฟิก การจัดเวทีนี้ไม่ใช่แค่การเป็นเจ้าภาพ แต่คือ การเปิดประเทศรับบทผู้นำภูมิภาค โดยเฉพาะการร่วมมือกับ UNESCO เพื่อจัดตั้ง AI Governance Practice Center (AIGPC) ที่กรุงเทพฯ ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรม วิจัย และขับเคลื่อนมาตรฐาน AI อย่างมีจริยธรรม โดยศูนย์นี้อาจกลายเป็น ‘ศูนย์ประเภท 2 (Category 2)’ แห่งที่สี่ของ UNESCO หากได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ

2. ไทยทุ่มลงทุนใหญ่ใน AI กว่า 15.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปี 2568-2570 รัฐบาลตั้งเป้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับการพัฒนา AI ทั้ง Data Center, Cloud, โครงข่าย 5G, HPC และอื่น ๆ เพื่อให้ประเทศไทยพร้อมรองรับการใช้งาน AI อย่างยั่งยืน พร้อมตั้งเป้าพัฒนาบุคลากรด้าน AI ไม่น้อยกว่า 100,000 คน/ปี เพื่อวางรากฐานให้ระบบนิเวศ (AI Ecosystem) ของไทยแข็งแรงในทุกมิติ

3. แผน AI เดินต่อไม่สะดุด ภายใต้ “คณะกรรมการ AI แห่งชาติ” เพื่อความต่อเนื่อง ไทยจัดตั้ง “คณะกรรมการ AI แห่งชาติ” ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีนั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน ผลักดันนโยบายอย่างต่อเนื่อง แม้อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรี รับประกันได้แผน AI ไทยไม่สะดุดกลางทาง

4. ไทยพร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เดินหน้าขับเคลื่อนด้านเทคโนโลยี ร่วมกับประเทศอื่น ๆ ทั้งจากฝั่งตะวันตกและตะวันออก เพราะในโลก AI วันนี้ ความร่วมมือสำคัญกว่าการแข่งขัน พร้อมส่งเสริมการพัฒนา AI ที่ตอบโจทย์ของตัวเอง โดยอิงบริบทท้องถิ่น ความหลากหลาย และคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย ที่สำคัญยังผนึกกำลังด้าน AI กับอินเดีย ผ่าน MOU ความร่วมในด้านเทคโนโลยีมานานกว่า 2 ปี ปัจจุบันมีแผนนำผู้เชี่ยวชาญ AI จากอินเดียเข้ามาทำงานร่วมกับหน่วยงานไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ยกระดับศักยภาพของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

อินเดียถูกยกให้เป็น Tech Powerhouse ของกลุ่มประเทศ Global South การจับมือกันครั้งนี้คือการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่

5. มาตรฐาน AI ต้องคิด “ข้ามพรมแดน” ไม่ใช่แค่ในประเทศ เพราะ AI ไม่มีพรมแดน การกำหนดมาตรฐานต้องอาศัย “จุดร่วม” ไม่ใช่ “ความแตกต่าง” ดังนั้น ไทยและ UNESCO จึงผลักดันแนวทาง Regional Approach เรียนรู้จากกรณีศึกษาภูมิภาค นำมาประยุกต์สู่ข้อเสนอระดับโลก

6. AI กับภารกิจ “สู้ภัยไซเบอร์-ข่าวปลอม” AI ไม่ได้มีดีแค่สร้างเศรษฐกิจ แต่ยังกลายเป็นโล่ป้องกันสังคม โดยปัจจุบัน ไทยใช้ AI ตรวจจับข่าวปลอมได้มากกว่า 3,000 เรื่อง/วัน พร้อมร่วมมือกับ Interpol กับการเป็นผู้นำศูนย์ไซเบอร์ของอาเซียน และช่วยปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลอาชญากรรมไซเบอร์ระหว่างประเทศ

7.ไทยพร้อมก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลาง AI แห่งภูมิภาค” การจัดฟอรัมนี้เป็นทั้ง “เวทีระดับโลก” และ “บทพิสูจน์ความพร้อมของไทย” ทั้งในด้านยุทธศาสตร์, นโยบายที่ชัดเจน, การลงทุน, โครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือระหว่างประเทศ ศูนย์ AIGPC ที่กำลังจะเกิดขึ้น จะเป็นหัวใจในการฝึกอบรมบุคลากร AI ระดับภูมิภาค ส่งเสริมจริยธรรม เทคโนโลยีที่โปร่งใส และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ย้ำถึง ความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการขับเคลื่อน AI อย่างมีจริยธรรม ทั้งในเชิงนโยบายและการใช้งานจริง โดยเฉพาะในภาคเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรม และบริการ พร้อมประกาศเป้าหมายการ พัฒนาบุคลากรด้าน AI ผู้เชี่ยวชาญ 90,000 คน นักพัฒนา 50,000 คน และเข้าถึงผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคน รวมถึงการผลักดันแผนยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติอย่างต่อเนื่อง

ภายในงานยังได้มีการหารือเชิงลึกถึงแนวทางการจัดตั้งเครือข่ายผู้กำกับดูแล AI ระดับโลก Global Network of AI Supervising Authorities-GNAIS เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักปฏิบัติ ที่ยึดหลักสิทธิมนุษยชน ความโปร่งใส ความหลากหลาย และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยประเทศไทยได้รับการยกย่องในฐานะผู้นำระดับภูมิภาค ที่ขับเคลื่อนนโยบายและแนวทางปฏิบัติด้าน AI อย่างรอบด้าน

เวทีนี้ยังเป็นพื้นที่แห่งความร่วมมือหลากมิติ รวมไปถึงในระดับทวิภาคีระหว่างไทยกับหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ที่ร่วมกำหนดแนวทางจริยธรรม AI และการกำกับดูแลแพลตฟอร์ม การร่วมมือกับมาเลเซีย เพื่อนำไปสู่การแลกเปลี่ยนในด้าน AI เมืองอัจฉริยะและเกมดิจิทัล พร้อมการเตรียมเข้าร่วม ASEAN AI Summit ในระยะต่อไป นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสในการผนวกความร่วมมือกับผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิจัย และภาคประชาสังคม ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ในประเด็นต่าง ๆ เช่น นวัตกรรม การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความเป็นธรรมทางเพศและสังคม ระบบนิเวศการลงทุนในเทคโนโลยี AI ที่ปลอดภัย มีความรับผิดชอบ และยึดหลักจริยธรรม

อีกหนึ่งความสำเร็จที่โดดเด่น คือการผลักดันให้กรอบการประเมินความพร้อมด้าน AI ของยูเนสโก หรือ UNESCO RAM (UNESCO Readiness Assessment Methodology) กลายเป็นเครื่องมือหลักในการยกระดับศักยภาพของภูมิภาคอาเซียน โดยประเทศไทยร่วมกับประเทศในภูมิภาค นำกรอบนี้ไปใช้ในการวางระบบกำกับดูแล AI การส่งเสริม Open Data และ Open Source การพัฒนาทักษะบุคลากร รวมถึงการกำหนดยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละประเทศ

งานนี้ ยังมีการลงนามบันทึกความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่าง ETDA, NECTEC และ DataDotOrg เพื่อร่วมกันเร่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน Data & AI ครอบคลุมเป้าหมายกว่า 10,000 คน ภายใน 2 ปี และสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ AI ที่ยั่งยืนในระดับประเทศและภูมิภาค

ด้านการศึกษาและเยาวชน เยาวชนไทยกว่า 200 คนได้เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในงาน โดยเฉพาะประเด็น “AI for Children” ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก จากการเปิดเผยข้อมูลของ UNICEF ว่าเด็กกว่า 60% ในเอเชียตะวันออกเริ่มใช้งาน AI โดยไม่รู้เท่าทันความเสี่ยง ขณะที่ประเทศไทยเดินหน้าเปิดตัวโครงการ “Digital Vaccine powered by DQ” และอีก 2 โครงการหลัก ได้แก่ YDCD และ Digitally Ready เพื่อยกระดับความพร้อมของโรงเรียนไทยสู่การเป็น AI-Ready School ซึ่งเป็นต้นแบบให้ภูมิภาคกว่า 10 ประเทศภายในปี 2569

การประชุมยังเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความร่วมมือระดับทวิภาคี โดยไทยได้หารือกับหลายประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านธรรมาภิบาล AI เมืองอัจฉริยะ และความร่วมมือทางการศึกษาด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะกับอินเดีย ซึ่งเป็น Tech Powerhouse ของกลุ่มประเทศ Global South ไทยและอินเดียได้ร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องมากว่า 2 ปี และกำลังขยายผลในเชิงปฏิบัติ เช่น การเชิญผู้เชี่ยวชาญด้าน AI เข้าร่วมพัฒนาโครงการในประเทศไทย

การเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้สะท้อนว่า “ประเทศไทยไม่ใช่เพียงผู้ตามเทคโนโลยี” หากแต่เป็นผู้กำหนดแนวทางสู่การใช้ AI ที่สอดคล้องกับค่านิยมพื้นฐานของมนุษย์ ทั้งในด้านสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค และธรรมาภิบาล โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรในภูมิภาค ยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้าน AI (AI Cooperation Hub) แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และวางรากฐานสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่มีจริยธรรมและยั่งยืนในระยะยาว

GFEAI 2025 ในปีนี้ จึงไม่ใช่เพียงเวทีประชุมวิชาการระดับนานาชาติเท่านั้น แต่ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนความพร้อมของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านจริยธรรม AI ทั้งในระดับชาติ ภูมิภาค และระดับโลก สู่อนาคตที่โปร่งใส ยั่งยืน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

อีกทั้ง ภาพรวมของการเกิดขึ้นของมหกรรม Bangkok AI Week 2025 ยังได้เป็นการรวมตัวของเหล่าผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่สนใจในประเด็นเชิงสังคม การเปิดตัวโครงการที่น่าสนใจของไทยจากภาคประชาสังคม และยังรวมไอเดีย เพื่อจุดประกายให้ผู้ประกอบการไทยได้เกิดแนวคิดที่นอกเหนือจากการเป็นผู้ใช้งานสู่ผู้พัฒนาในระยะต่อไป ยิ่งเป็นการเน้นย้ำถึงการจุดประกายความร่วมมือที่สร้าง “จุดเปลี่ยน” เพื่อนำไปสู่การกำหนดทิศทางของประเทศเพื่อพาไทยสู่อนาคต AI ที่ยั่งยืน

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚