ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดตัวแอป ‘Wiset’ หนุนจัดพอร์ตลงทุนครบวงจร
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดตัวแอป “Wiset” ยกระดับประสบการณ์ลงทุนยุคดิจิทัล รวมพอร์ตหุ้น-หุ้นกู้-กองทุนภาษี พร้อม TSD e-Service ไว้ในที่เดียว มุ่งเป็น Gateway สำคัญของนักลงทุนไทย “อัสสเดช” แจงไม่ใช่แอปเทรดหุ้น แย้มอนาคตเล็งนำ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมมองตลาดหุ้นไทยแข็งแกร่ง ยังมีเสน่ห์ในสายตาต่างชาติ จับตาบิ๊กดีล “SpaceX” เขย่าสภาพคล่องระยะสั้น-ลุ้นมาตรการรัฐหนุน SET
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ ชื่อว่า “Wiset” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่จะเข้ามาเปลี่ยนประสบการณ์การลงทุนของคนไทยให้ง่ายและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยโครงการนี้เกิดขึ้นจากการทำ Workshop ของพนักงานตลาดหลักทรัพย์ฯ รุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับตลาดทุนไทย
“Pain Point ที่ใหญ่ที่สุดข้อหนึ่งของนักลงทุนไทยในแต่ละปี คือ เรื่องของการจัดการเอกสาร โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลยื่นภาษีประจำปีที่ทุกบ้านมักจะเจอปัญหาเรื่องสลิปและใบเช็คต่างๆ หาย หาไม่เจอ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี แอปพลิเคชัน Wiset จึงถูกดีไซน์ขึ้นมาเพื่อเป็น ‘เพื่อนคู่ใจ’ ที่จะเข้ามาสะสางปัญหานี้ให้หมดไป”
สำหรับชื่อ “Wiset” มาจากการรวมคำสองคำเข้าด้วยกัน ได้แก่ “Wise” สื่อถึงความชาญฉลาด รอบคอบ ครบถ้วน และทันเวลาในการตัดสินใจลงทุน และ “SET” สะท้อนถึงความน่าเชื่อถือและความมั่นคงของตลาดหลักทรัพย์ฯ
4 ฟังก์ชันไฮไลต์ เปลี่ยนการลงทุนให้ ‘วิเศษ’ กว่าเดิม
นายอัสสเดช กล่าวว่า แอป Wiset ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นผ่าน 4 แกนหลัก
– Integrated Portfolio เห็นภาพรวมสินทรัพย์ครบทุกพอร์ตในแอปเดียว ทั้งตราสารทุน (หุ้น, DR, ETF, DW) ตราสารหนี้ (พันธบัตร, หุ้นกู้) และกองทุนลดหย่อนภาษี (RMF, ThaiESG, SSF)
– Market Insights รู้ทันทุกความเคลื่อนไหวด้วยข้อมูลที่เชื่อถือได้ ตั้งแต่บทสรุปภาวะตลาด ข่าวสาร การแจ้งเตือนสำคัญ และปฏิทินหลักทรัพย์
– Knowledge Hub แหล่งเรียนรู้ตามสไตล์ที่ชอบเพื่อเพิ่มความมั่นใจก่อนลงทุน ประกอบด้วย ไลฟ์คอนเทนต์ บริการ Earnings Call (OPPDay) รวมถึง E-Learning ทั้งในรูปแบบวิดีโอและบทความ
– TSD e-Service จัดการทุกเรื่องของผู้ถือหุ้นได้ในที่เดียว ทั้งข้อมูลผู้ถือหุ้น การบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ และเอกสารทางภาษี

มุ่งเป็น Gateway-เตรียมส่ง AI เสริมทัพ
นายอัสสเดช อธิบายว่า แอป Wiset จะเข้ามาช่วยให้ผู้ลงทุนมองเห็นภาพรวมการลงทุนในชีวิตประจำวันได้ชัดเจนขึ้น โดยผู้ลงทุนสามารถปรับแต่ง (Customize) การแจ้งเตือนต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ และช่วยให้นักลงทุนไม่พลาดข่าวสารสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาด ซึ่งจะตอบโจทย์ความต้องการลงทุนอย่างหลากหลาย
“ยกตัวอย่างสำหรับนักลงทุนที่มีประสบการณ์จะสามารถใช้ข้อมูลตลาดและพอร์ตของตัวเองในการประเมินความเสี่ยงและแนวโน้มได้ ส่วนนักลงทุนมือใหม่อย่างกลุ่มวัยรุ่น ก็สามารถใช้ศึกษาหาความรู้และเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับการเริ่มลงทุนได้เช่นกัน”
กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า ในระยะแรกนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงวางตำแหน่ง Positioning ให้ Wiset ทำหน้าที่เป็น “Gateway” หรือประตูเชื่อมโยงข้อมูลการลงทุนเป็นหลัก และยังไม่มีแผนที่จะเปิดฟังก์ชันซื้อ-ขาย (Trading) ผ่านแอปพลิเคชันนี้โดยตรง
อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์ที่น่าจับตาในอนาคตคือการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ข้อมูล (Impact Level) เพื่อช่วยเหลือนักลงทุน
“เรากำลังอยู่ระหว่างการศึกษาและคิดค้นแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสม ในอนาคตมีความเป็นไปได้สูงที่จะนำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลหุ้น รายงานแนวโน้มตลาด และประเมินทิศทางเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้ใช้งาน แต่อย่างไรก็ดี เราจำเป็นต้องผ่านกระบวนการทดสอบ (Testing) อย่างเข้มงวดก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าระบบมีความแม่นยำสูงและดีพอที่จะเสิร์ฟให้กับนักลงทุน”
ส่วนประเด็นความปลอดภัย นายอัสสเดช กล่าวว่า ไซเบอร์ซีคิวริตี้คือหัวใจสำคัญที่สุดที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ระมัดระวังอย่างรัดกุมให้มากที่สุด ซึ่งระบบของ Wiset มีการวางโครงสร้างการยืนยันตัวตนหลายชั้น (Multi-factor Authentication) และมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลตรวจสอบกับระบบ ThaiID ของภาครัฐ
นอกจากนี้ ยังมีสถาปัตยกรรมความปลอดภัยขั้นสูง ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่ผู้ใช้งานปิดแอปพลิเคชัน ข้อมูลสำคัญทั้งหมดจะถูกเคลียร์ออกจากหน่วยความจำทันทีเพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยมิชอบ
“ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะยังคงลงทุนและเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyberattack) ทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง”

จับตาบิ๊กดีล “SpaceX” เขย่าสภาพคล่อง-ลุ้นมาตรการรัฐหนุน SET
นายอัสสเดช กล่าวถึงภาวะตลาดหุ้นในช่วงนี้ว่า ในปัจจุบันความผันผวนของดัชนีหุ้นไทยยังอยู่ในเกณฑ์ที่บริหารจัดการได้ มีลักษณะปรับตัวบวกและลบสลับกันไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอกประเทศที่นักลงทุนไทยจำเป็นต้องจับตาอย่างใกล้ชิดภายในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า คือ การประกาศนำบริษัท SpaceX เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO) ซึ่งเป็นบิ๊กดีลระดับโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนย้ายสภาพคล่องในระยะสั้น
“ระยะสั้นอาจมีความผันผวนบ้าง แต่จากการเดินทางไปโรดโชว์พบปะนักลงทุนต่างชาติ ทั้งที่ฮ่องกงและจีน พบว่าความสนใจในตลาดทุนไทยยังคงมีอยู่ พื้นฐานเศรษฐกิจและการลงทุนของเรายังอยู่ในระดับที่ดี แม้จะอยู่ท่ามกลางภาวะสงครามและราคาเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งประเทศไทยยังคงบริหารจัดการได้ดี และหวังว่าในอนาคตภาครัฐจะมีมาตรการเข้ามาช่วยผลักดันให้ตลาดเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

